รือใหญ่นั้นแล่นผ่านกลุ่มเมฆดำมาได้เท่าไหร่แล้ว จนกระทั่งหลังจากที่เสากระโดงเรือที่เหลืออีกสองเสาถูกฟ้าผ่าลงมามันถึงได้สงบลง1301
และยังนับว่าโชคดีที่เรือใหญ่หยุดลงระหว่างช่องว่างของกลุ่มเมฆดำทั้งสองและนอกจากต้องเผชิญกับฟ้าผ่าเป็นครั้งคราว ตอนนี้ก็นับได้ว่าพวกเขาปลอดภัยแล้วเมื่อเห็นควันดำบนเรือใหญ่อย่างคลุ้งอยู่นั้น หลานเยาเยาก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก“เรือจะจมหรือไม่?”ประโยคนี้ นางเองก็ไม่รู้ว่ากำลังถามตัวเองหรือกำลังถามเย่แจ๋หยิ่งกันแน่“ปัญหานี้ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าควรจะกังวล!”เสียงทุ้มตํ่าดังแทรกขึ้นมาจากข้างกายอย่างเย็นชาเย่แจ๋หยิ่งได้ปล่อยนาง ทั้งยังถอยก้าวออกมาจากนางหลายก้าว แววตาจ้องมองไปข้างหน้าอย่างช้าๆก่อนที่จะไขว้มือทั้งสองไว้ข้างหลัง แผ่นหลังนั้นทำให้นางมีความรู้สึกบางอย่างที่กล่าวออกมาไม่ได้“ข้า ข้าควรกังวลเกี่ยวกับปัญหาอันใดเล่า?”ในขณะที่พูดออกไป ดวงตาของนางที่ถึงแม้จะแหลมคม แต่ดวงตาโตก็ไม่วายที่จะลุกลี้ลุกลน นํ้าเสียงที่ดูมั่นคงหนักแน่นแต่น่าฟัง กลับเบาลงกว่าปกติราวกับจะรู้ว่านางจะพูดเช่นนี้ ดังนั้นทันทีที่นางเอ่ยปากพูด เสียงอันเย้ยหยันก็เปล่งออกมาจากปากของเย่แจ๋หยิ่ง“ฮื้ม!”1302
หลานเยาเยาก็ถึงกับปิดปาก นางอยากจะผลัดหัวข้อในตอนนี้ไปเสีย พร้อมทั้งพิจารณาสิ่งที่อยากจะกล่าวออกมาในใจอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็เดินตรงไปด้านหน้าอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆโน้มตัวไปด้านหน้าพลันหันหน้าไปมอง