ลงอย่างพินิจพิเคราะห์เมื่อวานเป็นแค่การเรียกนํ้าย่อยวันนี้ความวุ่นวายที่แท้จริงมาแล้ว!ฮองเฮาเพิ่งเสียไปไม่นานซึ่งนับว่าเป็นการตายที่ไม่ปกติ ยศของฮองเฮาก็ถูกถอนไม่สามารถจัดงานศพได้ตามฐานะฮองเฮา แต่ในฐานะองค์ชายรัชทายาทผู้เป็นลูกแท้ๆไม่ว่ายังไงก็ควรไว้ทุกข์สักช่วงนึงไหม?มาด้วยความรีบร้อนขนาดนี้ คาดว่าคงเกลียดนางเข้ากระดูก……“มานี่สิ ไปส่งอาหารเช้า”กินอิ่มแล้วถึงจะมีแรงโต้ตอบความวุ่นวาย “แล้วก็เอาติ่มซำไปวางไว้ที่ห้องโถงให้แขกด้วย”“เพคะ!”สาวใช้เฝ้านอกประตูรับคำแล้วจากไป1211
หลังจากโหลวเย่วตกใจก็อุทานขึ้นมาทันทีว่า: “เยาเยา ตอนนี้มันเวลาเท่าไหร่กันแล้ว เจ้ายังมีกะจิตกะใจกินอีก?”เป็นความจริงที่ว่าฮ่องเต้ไม่รีบแต่คนที่รีบตายคือขันที(คนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยนี่มักกังวลแทน) โหลวเย่วรู้สึกกังวลแทนนางโหลวเย่วรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้ร้ายแรงมากอีกทั้งการตายของฮองเฮามีความสัมพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ต่อนางมาก ตอนนี้ที่เสด็จพี่องค์ชายรัชทายาทมาหาแน่นอนว่าต้องเตรียมตัวมาพร้อมแล้วเสด็จอาไม่อยู่ก็ไม่รู้ว่าเยาเยาจะสามารถรับมือได้หรือไม่?“กลัวอะไร? ไม่กินให้อิ่มแล้วจะมีแรงไปทำอะไรได้ยังไง รอครู่เดียวเจ้าก็กินเยอะๆหน่อย”หลานเยาเยารู้ว่าโหลวเย่วกำลังกังวลแทนนางถึงอย่างไร!คนคนนึงที่ยังต้องนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยสามารถพาร่างกายที่อ่อนโรยมาอยู่ตรงนี้ได้มันไม่ง่ายเลย ยิ่งไปกว่านั้นคนคนนี้ยังเป็นองค์หญิงอีก“อื้ม ได้!”เมื่อเ