หมดเกลี้ยงพอดี…”จางอวิ๋นมองกิ่งไม้แห้งในมือที่ค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองพลังงานสีเทา แล้วส่ายหน้าเบาๆเพื่อจัดการกับบรรพชนสำนักเทียนหลิวเมื่อครู่ เขาจำต้องผลาญพลังงานเฮือกสุดท้ายของวังเซียนไปจนเกือบหมดสิ้น การส่งตัวเขาและเจ้าเสือตัวนี้ออกมา ก็เปรียบเสมือนการรีดเค้นพลังงานหยดสุดท้ายออกมาใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดเมื่อไร้ซึ่งพลังงานหล่อเลี้ยง วังเซียนย่อมไม่อาจคงสภาพอยู่ได้ ต้องพังทลายลงตามกาลเวลา…น่าเสียดายก็แต่แผ่นศิลาจารึกที่บันทึกวิธีฝึกฝนพลังเหี่ยวเฉาแผ่นนั้น!เนื่องจากศิลาจารึกเชื่อมต่อกับโครงสร้างหลักของวังเซียน เขาจึงไม่สามารถแยกมันออกมาได้ มิเช่นนั้นลำพังแค่ศิลาแผ่นนั้น ก็มีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินค่าพลังเหี่ยวเฉาเป็นพลังงานพิเศษที่หาได้ยากยิ่งในโลกภายนอก หากมีวิธีฝึกฝนนี้อยู่ในมือ เขาอาจจะสามารถสร้างสำนักสาขาที่เน้นฝึกฝนวิถีแห่งความเหี่ยวเฉาขึ้นมาผงาดในยุทธภพได้เลย!พูดถึงสำนัก… จางอวิ๋นคิดว่าถึงเวลาต้องวางแผนเรื่องนี้อย่างจริงจังเสียทีตอนนี้เขารวบรวมผู้คนที่มีฝีมือมาได้ไม่น้อย แถมยังยึดกลุ่มโจรสลัดหยกศิลามาเป็นลูกสมุนได้ทั้งก๊ก แต่เขายังไม่ได้คิดชื่อขุมกำลังของตัวเองอย่างเป็นทางการเ