กันรึ? ” เสียงท้◌ุมดังขึ้นมาข้างหูของหลานเยาเยาอย่างเรียบเฉยนางไม่ได้คิดสิ่งใดมากนัก เพราะรู้สึกค่อนข้างเวียนศีรษะ จึงเพียงแค่หากล่องให้เจอ จากนั้นก็ขึ้นเตียงนอน“กล่องไร้ค่าใบหนึ่ง!”ใช่แล้ว นั่นคือสิ่งหลานเฉินมู๋กล่าวไว้ เพราะกล่องใบนั้นไร้ค่า จึงได้ใช้เป็นสินสอดทองหมั้น“ใช่อันนี้หรือไม่?”เย่แจ๋หยิ่งหยิบกล่องที่ลักษณะภายนอกเป็นไม้เคลือบสีแดงที่ดูเขรอะขระจากหีบออกมา แล้วส่งไปยังตรงหน้าของนาง“คงจะใช่ !”“เช่นนั้นก็ดี !”หลานเยาเยาไม่เข้าใจคำว่า ” เช่นนั้นก็ดี”ของเย่แจ๋หยิ่งนั้นหมายถึงสิ่งใดเพียงเห็นแต่เขาที่กำลังปิดหีบแล้วถือกล่องเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนเตียง นางจึงเดินตามไปทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเช่นกัน1063
จากนั้นนางก็เห็นเย่แจ๋หยิ่งที่กำลังถอดเสื้อคลุมและรองเท้าที่เพิ่งเปลี่ยนออกแล้วขึ้นไปบนเตียงแล้วดันตัวราบลงนอนยังข้างใน หลานเยาเยาก็สงสัยอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ถอดรองเท้าแล้วขึ้นไปล้มตัวนอนบนเตียงเช่นกันหลังจากที่ล้มตัวลงนอนได้ครู่หนึ่งนางก็หยิบเอากล่องใบนั้นจากมือของเขามาแต่ฉะนั้นก็ไม่ได้เปิดดูเพียงแค่กอดกล่องเอาไว้แล้วหลับตาลงนอนทุกอย่างป่านไปอย่างราบรื่น!เย่แจ๋หยิ่งมองดูดวงตาทั้งสองที่ปิดลงของคนที่อยู่ตรงหน้า แล้วรอยยิ้มก็ปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าจากกนั้นก็เอื้อมมือไปดึงตัวนางมาไว้ในอ้อมแขน ตอนแรกนางขยับตัวด้วยความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่สุดท้ายนางก็นอนอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วยรอยยิ้มตรงมุมปากแล