ว!“ข้าจะให้โอกาสเจ้ารอดชีวิตสักครั้ง…”บรรพชนสำนักเทียนหลิวเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันที่ไม่อาจต่อรอง “บอกวิธีควบคุมตำหนักเซียนมา แล้วส่งของมีค่าทั้งหมดออกมาให้ข้า จากนั้นก็จงมาเป็นทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของข้าซะ!”สิ้นเสียงตวาด แสงสีเขียวใต้เท้าของมันก็พุ่งพล่านลามเลียไปทั่วทั้งห้องราวกับไฟลามทุ่ง เถาวัลย์หนามนับร้อยเส้นพุ่งขึ้นมาจากความว่างเปล่า ปลายแหลมคมชี้เป้ามาที่จางอวิ๋นเป็นจุดเดียว“ไม่อย่างนั้น… ตาย!”“เหอะ…”จางอวิ๋นได้ยินคำขู่นั้นก็หลุดขำออกมา แววตาฉายแววเย็นชาและดูแคลนอย่างปิดไม่มิด “แกเนี่ย… ไม่มั่นใจในตัวเองเกินไปหน่อยรึ?”ว่าแล้วเขาก็สะบัดกิ่งไม้แห้งในมือวูบหนึ่งปัง! ปัง! ปัง!!คลื่นพลังงานมหาศาลของตำหนักเซียนระเบิดออกภายในห้อง กวาดล้างเถาวัลย์ที่เพิ่งงอกเงยเหล่านั้นจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา“นี่มัน…”บรรพชนสำนักเทียนหลิวเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเจ้าหนุ่มตรงหน้ามีกลิ่นอายแค่ระดับจินตานขั้นสูงสุดชัดๆ ทำไมถึงสามารถสำแดงพลังอำนาจระดับนี้ได้?“แย่แล้ว!”ความคิดยังไม่ทันจบ สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เมื่อเห็นพลังงานในห้องบิดเกลียวก่อตัวขึ้นเป็นปากปีศาจขนาดยักษ์ พ