ั้งยังอ่อนโยนและชาญฉลาด จะไม่ถูกเจ้ายุยงไปทำร้ายคนอื่นหรอก”เพิ่งพูดจบลง นางก็รีบยกเท้าขึ้นเตะโจรอีกรอบหนึ่งคาดไม่ถึงเลย… การทำร้ายคนอื่นจะสะใจถึงขนาดนี้!“… เจ้าเตะขาของเขาทั้งสองข้างแล้ว และยังเตะได้แรงกว่าข้าอีก”องค์หญิงจาวหยางนี้เห็นอ่อนโยนเหมือนจะอ่อนแอ แต่กลับแรงเยอะเอาการเลยนะเนี่ย!เอ่อ?หรือว่านางทำคนอื่นเสียคนไปแล้วหรือนี่?ในขณะที่กำลังคิดอยู่ว่าจะเข้าไปไปห้ามการกระทำอันป่าเถื่อนขององค์หญิงจาวหยางหรือไม่ นางก็เห็นองค์หญิงจาวหยางยื่นตั๋วเงินในมือของนางมาให้ แล้วจึงเตะและต่อยโจรอีกครั้ง“เออ เออ เจาหยาง…”“เรียกข้าโหลวเย่ว”เรียกอะไรเจาหยาง นั้นมันแค่ชื่อศักดิ์ของนางเท่านั้น เรียกแล้วเปิดเผยบรรดาศักดิ์ของนาง เรียกว่าโหลวเย่วจะสนิทสนมกว่า!441
“โอ ได้ๆ โหลวเย่ว!เป็นสตรีไม่ควรจะป่าเถื่อนอย่างนี้ จะมีผลกับภาพลักษณ์อันงดงามของเรา”คำพูดนี้เหมือนจะมีผลกับโหลวเย่วที่กำลังจะทำร้ายโจรผู้นั้นในทันที นางรีบหยุดการกระทำของนาง และมองมายังหลานเยาเยาด้วยความเก้อเขิน“เจ้าพูดดูมีเหตุผล!”“นี่เป็นการออกมาครั้งแรกของเจ้า ข้าควรสอนเจ้าหลักเกณฑ์ของมนุษย์อยู่ข้อหนึ่ง วิธีรับมือกับคนชั่ว พวกเราอย่าได้ทำรุนแรง แต่ต้องปฏิบัติด้วยความอ่อนโยนเช่นนี้”หลานเยาเยาถอยหลังหนึ่งก้าว เตรียมพร้อมร่างกาย ไม่พูดพรํ่าทำเพลงใดๆออกแรงเหยียบลงไปเต็มที่ เมื่อได้ยินเสียงร้องโอดครวญ จึงเตะเข้าไปอย่างดุดันอีกรอบเมื่อเห็นหลานเยา