นขันทีไปตลอดชีวิตซะดังนั้น นางกระโดดผลุงขึ้น มองไปรอบสี่ทิศ แต่ก็ยังไม่พบใครวิ่งออกไปจากที่นั่น กลับถามขึ้น“คนผู้นั้นวิง่หนีไปทางใดแล้ว?”“เยาเยา ช่างมันเถอะ เพียงตั๋วเงินแค่ปีกเดียวเท่านั้น หากเจ้าคิดเสียดายละก็กลับไปข้าให้เสด็จอาให้เจ้าเพิ่มขึ้นอีกหน่อย”เมื่อขโมยไปแล้วก็ช่างเถอะ อย่างไรก็ไม่นับเป็นตั๋วเงินกี่มากน้อย ที่สำคัญคือโจรผู้นั้นหน้าตาดูโหดร้ายดุดัน มองดูแล้วน่ากลัวเหลือเกินพวกนางเป็นเพียงสตรีอ่อนแอเท่านั้น!หลานเยาเยาสั่นศีรษะขึ้นทันทีเพียงตั๋วเงินปีกเดียวอย่างนั้นหรือ?434
นั่นล้วนเป็นตั๋วเงินที่นางหามาด้วยความยากลำบาก ผลของแรงงานของนางกลับโดนคนอื่นขโมยไปอย่างนี้ จะไม่ให้นางทำอะไรเลยหรือ?เวลานั้นหลานเยาเยาคว้าน่องไก่ขึ้น ถูเข้ากับผงพริกจนเป็นชั้นหนา แล้วชี้ไปยังองค์หญิงจาวหยางพลางเอ่ยปากขึ้น “เจ้ารีบพูดออกมา โจรขโมยของนั้นวิ่งไปทางไหน?ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าเผ็ดตาย”เมื่อถูกหลานเยาเยากดดันเข้า องค์หญิงจาวหยางก็ชี้ไปยังตรอกตรอกหนึ่งหลานเยาเยาไม่พูดรํ่าทำเพลงก็วางน่องไก่นั้นลง รูปพุ่งตัวไปยังตรอกนั้นทันทีเมื่อจาวหยางเห็นดังนั้น ก็รีบวิ่งตามไปด้วยภายในตรอกนั้นหลานเยาเยาเพียงครู่เดียวก็ตามทันโจรผู้เชื่องช้าคนนั้น โจรผู้นั้นไม่ทันคาดคิด เมื่อเขาขโมยตั๋วเงินแล้วกลับไม่เห็นว่ามีคนตามเขามา เมื่อคิดว่าไม่มีใครเห็น เขาจึงไม่กลัวอะไรแต่เมื่อเขาได้ยินเสียงเคลื่อนไหว และหันกลับไปก็เห