้อยแล้วหรือ”จื่อซีถามเสียงแผ่วเบา สายตาจับจ้องไปทางพระราชธิดาจาวหยาง แต่กลับไม่พบอันใด อดรู้สึกผิดหวังอยู่มิได้หลานเยาเยามิได้สนใจจื่อซีแม้แต่น้อย นางกลับสบตากับเย่แจ๋หยิ่ง ก่อนพูดขึ้นอย่างเฉยชาว่า“ไม่เชื่อฝีมือข้าใช่ไหม!”พอเห็นเขาไม่ตอบ นางก็ยิ้มเยาะกับตัวเอง ก่อนจะหยิบตั๋วเงินแต่ละมัดที่เก็บไว้ในแขนเสื้อออกมา แล้วโยนลงบนพื้นอย่างเจ็บใจ“ตั๋วเงินคืนให้ท่าน”187
อย่างน้อย เงินที่ใช้ไปก็ถือว่าเป็นเงินค่าวินิจฉัยโรคในวันนี้ก็แล้วกัน นางยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อีกครึ่งปี จากอยู่ได้ไม่กี่วันยืดออกไปถึงครึ่งปี เพียงเท่านี้ก็นับว่าไม่ผิดต่อเงินก้อนนี้แล้วนางนั้นเป็นคนนิสัยดี อารมณ์ดี แต่เกลียดชังการที่มีคนรบกวนนางตอนกำลังให้การรักษาเป็นที่สุด ทั้งยังไม่ใส่ใจกับคำพูดของนางแม้แต่น้อยด้วยอย่างไร นางก็ได้พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว“ของที่ข้าให้ไปแล้ว มิเคยรับคืนมาก่อน ต่อให้เป็นตั๋วเงินก็ตาม” เสียงของเขาตะลึงเล็กน้อย สายตาเย็นชาสักหน่อย“เช่นนั้นก็เผาทิ้งเสียเถิด!”พอกล่าวจบ หลานเยาเยาก็กระโดดลงจากเก้าอี้ ก่อนเตะเก้าอี้ไปทางด้านหนึ่งแค้นต้องชำระ แต่เรื่องที่ยังค้างคาอยู่ก็จักต้องทำให้เสร็จ หลังจากเตะเก้าอี้แล้ว ก็เดินไปทางพระราชธิดาจาวหยางในทันทีจื่อซีที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ มองดูหลานเยาเยา แล้วจึงมองดูเจ้านายตน ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่เคยมีผู้ใดกล้ากล่าววาจาเช่นนี้กับเจ้านายมาก่