ของเฉินเสียนก็ค่อยๆกลายเป็นสีแดง แววตาเป็นประกายประหนึ่งคลื่นที่ซัดสาด เธอโน้มตัวลงมาหาเขาอย่างเชื่องช้า เอียงศีรษะและประทับจูบลงบนลูกกระเดือกของเขาเฉินเสียนพบว่าตนเองเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อริมฝีปากของเธอประทับลงไปที่ผิวกายของเขาซูเจ๋อเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “น้อยนักที่ท่านจะเป็นฝ่ายรุกเช่นนี้ ดูเหมือนคนที่เรียนรู้เรื่องไม่ดีมาจะไม่ใช่ข้าเสียแล้ว”เฉินเสียนไม่ยอมและเอ่ยด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวว่า “ข้ายอมให้ท่านโผเข้าหาทุกครั้ง จะยอมให้ข้าโผเข้าหาท่านบ้างไม่ได้เลยหรือ”ซูเจ๋อเอ่ยอย่างสงบว่า “แน่นอนว่าข้าเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง”เฉินเสียนจำได้ว่าทุกๆ ครั้ง ซูเจ๋อมักจะทิ้งรอยจูบไว้บนเรือนร่างของเธอคราวนี้เธอลองทิ้งรอยจูบไว้บนตัวเขาบ้างจะดีไหม?ด้วยเหตุนี้เฉินเสียนจึงเปิดคอเสื้อของเขาจนเผยให้เห็นผิวสัมผัสที่แข็งแกร่งภายใต้อาภรณ์ เพียงแต่ลิ้นของเฉินเสียนงุ่มง่ามเกินไป เธอสำรวจไปบนผิวของเขา ทว่าสุดท้ายกลับยังทำให้เกิดรอยจูบที่ดูเข้าทีไม่ได้ขณะที่เธอกำลังพยายามลงแรงให้มากขึ้น กลับได้ยินเสียงซูเจ๋อถอนหายใจราวกับว่าทนไม่ไหว เขาพลิกตัวและกดเธอไว้ใต้ร่าง เลิกชุดนอนของเธอออกอย่างไม่เกรงใจจนเผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าและไหล่ที่ขาวเนียน เขามองเฉินเสียนที่แววตาดูพร่าเลือนและเอ่ยด้วยเสียงทุ้มตํ่าว่า “อยากเรียนประทับรอยจูบหรือ ข้าจะสอนท่านเอง”917
พูดจบเขาก็โน้มศีรษะลงมาขบเธอไว้ กระหวัดปลายลิ้นไปมา อ่อนร่วนและเช