่ะค่ะ”เฉินเสียนเอ่ยอย่างไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญว่า “จักรพรรดิเย่เหลียงทั้งแก่ชราทั้งยังชอบโอ้อวด ปล่อยให้พระองค์อวดไปเถอะ คนแก่มักจะต้องหาหลักยึดเสมอไม่อย่างนั้นคงจะเฉาแย่”“ตะ… แต่ว่า… ต้าฉู่ของเรามีองค์รัชทายาทเพียงพระองค์เดียว มันน่าขายหน้านะพ่ะย่ะค่ะ! เป็นไปได้หรือไม่ที่ฝ่าบาทจะให้ประสูติพระบุตรอีกสักพระองค์สองพระองค์”ด้วยเหตุนี้เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่จึงโยงปัญหาเรื่องรัชทายาทมาเป็นปัญหาของวังหลัง โดยเห็นว่าวังหลังควรมีสนมเพิ่มอีกสักสองสามคนจึงจะดี เพื่อประโยชน์ในการสืบทอดสายเลือดแห่งราชวงศ์เฉินเสียนนวดคลึงขมับ เธอกระแอมในลำคอและถามว่า “อ้ายชิงทุกท่านคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับพระสวามีคนปัจจุบันของข้า”เหล่าขุนนางนิ่งคิดนิดหนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยด้วยถ้อยคำที่รื่นหูว่า “ใต้ฝ่าพระบาททรงมีฐานะสูงศักดิ์ ทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรมและความสามารถ เป็นผู้ที่โดดเด่นหาผู้ใดเปรียบได้ยากพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนกล่าวว่า “แค่นี้ยังไม่พออีกหรือ ต่อให้ข้าหาสนมเพิ่มก็คงไม่มีใครดีเท่าเขา แล้วแบบนี้จะหามาทำไม”เหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่คิดตามและเห็นจริงดั่งที่เธอพูด พวกเขาจึงเอ่ยอย่างเต็มใจนักว่า “เช่นนั้นอย่างน้อยฝ่าบาทก็ควรจะมีโอรสธิดากับพระสวามีอีกสักสองสามพระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ!”904
ขุนนางชั้นผู้ใหญ่เหล่านี้ยังคงวิตกกังวลไม่เลิก ครั้นแล้วทุกวันหลังจากนั้นการเข้าเฝ้ายามเช้าเพื่อหารือกิจของราชสำนักจึงกลายเป็นกลุ่มปร