องนั้นแต่งงานออกไปไกลขนาดนั้น จากนี้ต่อไปก็ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีถึงจะได้เจอหน้ากันอีกสักครั้งหนึ่งจักรพรรดิเป่ยเซี่ยพูดโน้มน้าวเขาด้วยความรักและความจริงใจว่า“พ่อแม่อย่างพวกเราก็เป็นเช่นนี้แหละ จะไปเป็นทุกอย่างที่ลูกต้องการได้อย่างไรกัน ถ้าเราให้ในสิ่งที่เราคิดว่าดีกับลูกของเรา ก็ไม่แน่ว่าลูกจะคิดว่าสิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ดีก็ได้ ให้พวกเขาเลือกกันเองดีกว่าอย่างนี้สิถึงจะดี ”887
ท่านอ๋องมู่คิดไม่ตก พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “นั่นไม่ใช่ลูกสาวของเสด็จพี่ที่แต่งงานหนิ ท่านพูดแบบนี้ได้ก็เพราะท่านไม่ได้ปวดใจนี่พ่ะย่ะค่ะ!”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยกล่าวขึ้นอย่างประหลาดใจว่า“เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ทีตอนแรกที่เจ้าโน้มน้าวให้ข้ายินยอมส่งอ๋องรุ่ยไปต้าฉู่นั้น เจ้าไม่ได้พูดเช่นนี้หรือ?”ท่านอ๋องมู่แทบอยากจะดึงปากของตัวเองออก เขาพูดขึ้นอีกว่า“จาวหยางเป็นผู้หญิง ไม่สามารถที่จะดูแลตัวเองได้ หรือเอาอย่างนี้ดีกว่า เสด็จพี่เรียกให้ฉินหรูเหลียงเข้ามาในเป่ยเซี่ยได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยกล่าว “เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ของต้าฉู่ ถ้าเจ้าให้เขามาอยู่ที่เป่ยเซี่ย นั่นไม่ได้หมายความว่าเป็นการแต่งผู้ชายเข้าหรือ ข้านั้นไม่เห็นด้วย แต่ก็ต้องดูความสมัครใจของเขาว่ายินยอมหรือไม่ ”ในวันที่ท่านอ๋องมู่ส่งจาวหยางไปแต่งงานนั้น เขาเจ็บปวดใจอย่างมาก เวลาที่พ่อแม่คนอื่นไปส่งลูกแต่งงานต่างก็จะพูดเตือนและกำชับกันเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวอย