้แค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ให้พ่อสอนเจ้าดีไหม?”ซูเซี่ยนมีสติจากอาการมึนงงและค่อย ๆ ยิ้มเล็กน้อย เขาลุกขึ้น ตบเสื้อผ้าแล้วเดินไปหาซูเจ๋อ ซูเจ๋อตั้งรับเขาไว้ข้างหน้า และเริ่มสอนเขาอย่างละเอียดความสามารถในการเข้าใจของซูเซี่ยนนั้นดีมาก และต่อมาเขาก็ไม่เคยโดนดีดด้วยหุ่นไม้อีกเลยขณะฝึกซ้อม เขาถามว่า “ดูจากลักษณะของท่านแม่แล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้ว่าท่านพ่อฟื้นคืนความทรงจำแล้ว ท่านพ่อไม่คิดจะบอกท่านแม่หรือขอรับ?”ซูเจ๋อกล่าวว่า “ท่านแม่ช่วยให้พ่อฟื้นคืนความทรงจำ ส่วนพ่อก็กลับมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ทุกอย่างใหม่กับท่านแม่ แค่บอกด้วยปากจะดีอย่างไร”ถึงแม้จะพูดมาแบบนี้ แต่ซูเซี่ยนคิดว่า ท่านพ่อของเขากำลังแกล้งท่านแม่ของเขาแบบนี้ คงเพราะเห็นเป็นเรื่องสนุก แต่ยังไงเขาก็ไม่เข้าใจความสนุกระหว่างสามีและภรรยาอยู่ดีแต่ซูเซี่ยนยังคงพูดอย่างตั้งอกตั้งใจ “ขอเพียงแค่ท่านพ่อไม่ยกก้อนหินขึ้นมาทำร้ายตัวเองเหมือนคราวที่เรื่องพราชายารุ่ยครั้งนั้นก็พอขอรับ”หนึ่งปีต่อมา เฉินเสียนเรียกท่านแม่ทัพใหญ่ฉินหรูเหลียงที่ดูแลบริเวณเขตชายแดนภาคเหนือของเป่ยเจียงกลับไปเมืองหลวงเพื่อรายงานหน้าที่การทำงานของเขาไม่ได้เจอกันนานเป็นปี ฉินหรูเหลียงมีใบหน้าที่หล่อเหลาเฉียบคมกว่าที่เคยอาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่โหดร้ายในเขตภาคเหนือของเป่ยเจียงซึ่งทำให้เขาหล่อและคมยิ่งขึ้น872
เฉินเสียนได้อ่านสาส์นกราบทูลข้อราชการของฉินหรูเหลียงแล้ว ดินแดนบริเ