เย่ซวิ่นกล่าวว่า “ไม่มีอะไร ข้าแค่จะดูว่าหน้าของเจ้าใหญ่เท่าฝ่ามือของข้าหรือไม่?”ทันทีที่ฝูหลิงได้ยิน นางก็รู้สึกหน้าแดงและกล่าวว่า “อยู่กันดีดี พระองค์อย่าได้ลงไม้ลงมือเลยเพคะ หม่อมฉันไม่ต้องการคิดอะไรเกินเลยกับคนไข้ของหม่อมฉัน”เย่ซวิ่นยิ้มอย่างเย้ยหยันและกล่าวว่า “ใครจะไปคิดอะไรกับเจ้า ไม่หัดดูตัวเองบ้าง วัน ๆ ใส่แต่ชุดหมอหลวง เด็กกะโปโล จะมีผู้ชายคนไหนตาบอด…”ตอนนี้เย่ซวิ่นเป็นฝ่ายที่ตะโกนใส่ฝูหลิง “เจ้าทำอะไรน่ะ!”ก่อนหน้านี้ ฝูหลิงมือสั่นจึงทำให้เข็มเงินทิ่มลงไปลึกเกิน แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินคำพูดที่เย่ซวิ่นพูดมากระตุ้นอารมณ์ของนาง เมื่อนางโกรธนางก็กดเข็มลงไปที่จุดฝังเข็มให้ลึกอีกเย่ซวิ่นรู้สึกเจ็บปวดและรู้สึกชาเมื่อฝูหลิงเห็นดังนนี้ นางจึงรีบยกเข็มขึ้น ด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยและกล่าวว่า “เพิ่มความทรงจำให้กับพระองค์ ครั้งหน้าจะได้รู้จักเคารพหมอหลวงเสียบ้าง!”ใครจะไปคิด ในชั่วพริบตา เย่ซวิ่นก็เปลี่ยนไปคราวนี้ไม่ได้อยู่ในสถานะยกเพียงครึ่งหนึ่งอีกต่อไป แต่ยืดตัวตรงเหมือนกับถูกฉีดด้วยเลือดไก่ยังไงยังงั้น836
ฝูหลิงดีใจมาก “ดีขึ้นแล้ว ดีขึ้นแล้ว! ดูเหมือนการฝังเข็มผิดของหม่อมฉันทำให้พระองค์หายดีแล้ว!”เมื่อเย่ซวิ่นได้เห็น เขาก็ผงะไปชั่วครู่ ยังไม่ทันที่เขาจะดีใจ ร่างกายของเขาถูกแรงกระตุ้นพัดพาไป และดวงตาของเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงความรู้สึกนี้ทำให้เขารู้สึกทั้งแปลกและคุ้นเคย และเขาร้