อย่างนี้ต่อไปไม่มีโรค ก็เกรงว่าต้องกลัดกลุ้มจนมีโรคมาแล้วครั้นแล้วนางกำนัลกล่าวเสนอว่า“เช่นนั้นองค์ชายค่อยให้หมอหลวงมาดูอีกครั้งไหมเพคะ?”เย่ซวิ่นพลิกตัว กล่าวอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า “ในสำนักหมอหลวงล้วนเป็นกลุ่มที่ไม่มีประโยชน์ มีอะไรที่ต้องดู ”เขาเป็นโรคที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ไม่สามารถพูดกับหมอหลวงได้ หมอหลวงมาตรวจอาการเจ็บไข้ตรวจไม่เจอก็ไม่มีประโยชน์นางกำนัลกล่าวว่า “แต่บ่าวเพิ่งจะรู้ว่าในสำนักหมอหลวงมีหมอหลวงหญิงความชำนาญทางการรักษาไม่เลว แต่ก่อนนางไม่ใช่ว่ามาเรียนรู้วิชาตำราทางการแพทย์กับองค์จักรพรรดิอยู่บ่อยๆหรือเพคะ”เรื่องนี้เย่ซวิ่นก็เคยได้ยิน ครู่ใหญ่ได้ทำเสียงจิ๊ปาก กล่าวว่า “ก็คือคนที่ชื่อฝูหลิงใช่หรือไม่?”ที่เจอกันบ่อยๆในพระราชวัง เมื่อก่อนเคยเห็นไกลๆหนสองหนแต่เพราะว่าห่างกันไกล เห็นเพียงหมอหลวงหญิงผู้นั้นสวมใส่ชุดเครื่องแบบหมอหลวง เทียบกับหมอหลวงคนอื่นขึ้นมา ตัวเตี้ยๆเล็กๆ บวกกับสวมหมวก โดยภาพรวมเบื้องต้นแล้วดูไม่ออกว่ามีลักษณะหน้าตาอย่างไร822
เย่ซวิ่นคิดวนไปมา โรคที่ไม่สามารถเปิดเผยของตนนี้ไม่สามารถพูดกับคนนอก แต่หมอหลวงนั่นเป็นผู้หญิง ถ้าหากว่าให้นางมาดูด้วยตนเอง คล้ายกับว่านางก็ไม่มีหน้าที่จะไปประกาศคนนอกรับรู้เย่ซวิ่นยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าได้แหละ เขาลุกขึ้นจากเตียงไม้ แล้วกล่าวกับนางกำนัลว่า “ไป ไปเรียกหมอหลวงหญิงนั่นมาให้ข้า”ปกติฝูหลิงเข้าเวรอยู่ที่สำนักหมอหลวง นางจากที่ทุก