รียกชื่อเขาในที่สุด ซูเจ๋อก็ฝังมันอยู่ในร่างของเธอ โดยไม่ขยับเขยื้อน ปลายจมูกสัมผัสกันและกัน ดวงตาของทั้งคู่หันเข้าหากันเฉินเสียนสูดหายใจ โดยไม่รู้ว่าเธอควรจะโกรธหรือขี้อาย เสียงที่นุ่มนวลราวกับสายนํ้ากล่าวว่า “ข้ายังนอนอยู่เลย ท่านยังจะ…”คำพูดหลังจากนี้ไม่กล้าพูดออกมาจริง ๆซูเจ๋อกล่าว “คืนวันเข้าเรือนหอของท่านกับข้า ยังไงก็ไม่สามารถถัดไปเป็นวันพรุ่งนี้ได้ หลังจากที่ฟ้าสว่าง ท่านก็นอนต่อได้”เมื่อพูดจบ เขาก็เอียงคอลงไปเพื่อจูบเธอริมฝีปากสัมผัสกันและจูบนั้นบางเบา แต่ความรักที่เอ้อระเหยนั้นกลายเป็นไฟมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งในเวลาต่อมา จูบยิ่งลึกและลึกยิ่งขึ้น เฉินเสียนยกคางของเธอขึ้นเพื่อตอบเขา และยากที่จะแยกจากเขาซูเจ๋อจับเอวของเธอด้วยมือของเขา ยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นกดเข้าไปในร่างกายของเธออย่างแรงและเข้าไปจนลึกสุดเฉินเสียนเปิดริมฝีปากของเธอเล็กน้อย แต่ไม่มีเสียงออกมาร่างกายของเธอปฏิเสธเขาโดยสัญชาตญาณ แต่เธอไม่มีหนทางหรือโอกาสใดๆ เธอไม่สามารถหุบขาลงได้ และถูกเขารุกลํ้าเข้ามาอย่างลึกเฉินเสียนครวญครางในลำคอของเธอ และเสื้อผ้าของเธอก็แผ่ออกจากไหล่ของเธอ ทิ้งรอยจูบของเขาไว้บนทุกตารางนิ้วของผิวหนังของเธอ772
เธอทำได้เพียงล่องลอยไปตามการเคลื่อนไหว ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเขาเท่านั้นเมื่อยังสับสน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะม่านมุ้งบนเตียงที่สั่นมาก หรือเพราะเธอสั่นมากภายใต้ร่างของเขาเธอรู้สึกตื่นตระหนกในตอนแรก