ในขณะนั้นเฉินเสียนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้มังกร และฟังทูตของเป่ยเซี่ยพูดเหตุผลเหล่านั้นอย่างนํ้าไหลไฟดับ เฝ้ารอภาพในอนาคตของทั้งสองอาณาจักรและคิดว่าต้าฉู่และเป่ยเซี่ยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ก็จะเป็นประโยชน์ต่ออาณาจักรและราษฎรไม่จำเป็นต้องให้เฉินเสียนพูด เฮ่อโยวจึงถามว่า “ท่านอ๋องรุ่ยของพวกท่านมาเหลาะแหละจักรพรรดินีของพวกเรา เรื่องนี้ได้แพร่กระจายจนเป็นที่นิยม ท่านรู้หรือไม่?”ราชทูต “………..”เฮ่อโยวพูดอีกครั้ง “แต่เดิมจักรพรรดินีตั้งใจจะสร้างความสัมพันธ์เก่าให้ดีขึ้นใหม่กับพวกท่านเป่ยเซี่ย แต่ตอนนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแล้ว ไม่คิดว่าท่านอ๋องรุ่ยของพวกท่านควรรับผิดชอบต่อชื่อเสียงของจักรพรรดินีของเราหรือ?”ทูตเหงื่อไหลไม่หยุด และกล่าวว่า “แล้วจะทำอย่างไรถึงจะสามารถ……….”ขุนนางในราชสักนักกล่าวอย่างแข็งกร้าวว่า “ให้ท่านอ๋องรุ่ยของพวกท่านมาที่ต้าฉู่เพื่อขอโทษจักรพรรดินีของเรา!”ต่อมาเหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊เริ่มพูดคุยกันไม่รู้จบ คิดหาวิธีต่างๆ ที่จะทำให้การทูตยากขึ้น ส่วนเฉินเสียนกล่าวอย่างใจเย็นว่า “เหล่าอ้ายชิงทั้งหลายโปรดเงียบก่อนอย่าใจร้อน ที่มานี้มีเพียงทูตจากเป่ยเซี่ยเท่านั้น ทำให้พวกเขาลำบากใจจะมีประโยชน์อะไร สู้นำคำของเราส่งกลับที่เป่ยเซี่ยจะดีกว่า”ทูตรีบทูลว่า “ฝ่าบาท โปรดตรัสให้กระจ่างด้วยพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนเอนตัวไปข้างหน้าโดยเอาศอกแนบเข่า และเท้าคางเพื่อมองทูตแล้วพูดอย่างสบ