ายๆ ว่า “ต้องการให้ทั้งสองอาณาจักรมีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จะยากอะไร ตอนแรกเย่เหลียงกับข้าเกี่ยวดองกัน และลงนามในสัญญาไว้หนึ่งฉบับ719
เพื่อให้ทั้งสองอาณาจักรมีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันตลอดไป และแน่นอนว่ากับเป่ยเซี่ยก็จะเป็นเช่นนั้น ในสองวันนี้ข้ายังคิดว่าจะไปขอหมั่นกับเป่ยเซี่ยของพวกท่าน”เป็นเวลานาทูตถึงได้สติกลับมา ถามว่า “ฝ่าบาท ……..จริงจังหรือพ่ะย่ะค่ะ?”เฉินเสียนกล่าวว่า “ท่านดูข้าสิ เหมือนกำลังล้อเล่นกับท่านอยู่หรือ? ท่านอ๋องรุ่ยของพวกท่าน เข้าตาข้าอย่างมาก”วันที่สองทูตก็รีบออกเดินทางนำคำไปกราบทูลเหล่าขุนนางก็ไม่มีอะไรจะขัดขวางกับสิ่งนี้ ก่อนหน้านี้ก็ได้มีองค์ชายหกแห่งเย่เหลียงอยู่แล้ว และตอนนี้อ๋องรุ่ยแห่งเป่ยเซี่ยมาอีกคน ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะยอมรับนอกจากนี้วังหลังของจักรพรรดินียังว่างอยู่นานมากแล้ว และหายากมากที่นางคิดอยากจะเพิ่มใครคนหนึ่งเข้ามาในวังหลังหลังจากจักรพรรดิเป่ยเซี่ยได้รับคำตอบกลับ ก็โกรธมาก ดูเหมือนว่านางจะแย้งไปอย่างเห็นได้ชัดเจนการเจรจาสันติภาพชายแดนจึงต้องระงับไว้ชั่วคราว แต่ราษฎรในเป่ยเซี่ยกระตือรือร้นที่ให้ส่งอ๋องรุ่ยไปต้าฉู่อย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ไขวิกฤติของระหว่างทั้งสองอาณาจักรทันทีหลังจากนั้น เย่เหลียงได้รับการสนับสนุนเรือทะเลจากต้าฉู่ แต่ไม่ยินยอมที่จะจอดในน่านนํ้าของตัวเอง และเริ่มแล่นไปทางเหนือ ข้ามน่านนํ้าทะเลของต้าฉู่ และมุ่งตรงไปยังน่านนํ้าทะเลของเป่ยเซี