จักรพรรดิเป่ยเซี่ยตรัสว่า “เช่นนั้นข้าจะไม่เสียแค่หลานชาย แต่ยังต้องเสียลูกชายไปด้วยงั้นหรือ”ซูเซี่ยนเอ่ยว่า “แต่ถ้าพระองค์ให้พ่อของข้าอยู่ที่นี่ ข้าก็จะต้องอยู่ที่ต้าฉู่โดยไม่มีพ่อ และเสด็จแม่จะต้องสูญเสียสวามี แต่ถ้าพระองค์เห็นแก่เรา เราทั้งหมดจะได้อยู่ด้วยกันที่นั่น ในภายภาคหน้าหากมีเวลาก็จะกลับมาเยี่ยมเยียนพระองค์ ถึงเวลานั้นบางทีข้าอาจจะมีน้อง ซึ่งพระองค์จะมีหลานเพิ่มขึ้นด้วย แบบนี้ไม่ดีหรือพ่ะย่ะค่ะ”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยมองซูเซี่ยน ทั้งรักทั้งโกรธเด็กชายซึ่งงดงามราวกับงานแกะสลักอันวิจิตรคนนี้ พระองค์ตรัสว่า “ข้ารู้ว่าเหตุใดเจ้าจึงมาหาข้าวันนี้ เจ้ามาเพื่อพูดแทนพ่อกับแม่ของเจ้า”ซูเซี่ยนส่งไพ่ให้จักรพรรดิเป่ยเซี่ยและเอ่ยเรียบๆ ว่า “ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วมิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ ไม่มีใครที่จะอยากให้พวกเขามีความสุขไปมากกว่าข้าอีกแล้วข้าเองก็อยากมีพ่อแม่คอยรักคอยดูแลเหมือนเด็กคนอื่นบ้าง แต่ในความทรงจำของข้า พวกเขาไม่เคยได้อยู่ด้วยกันอย่างแท้จริงเลยสักวัน ไม่มีวันไหนเลยที่ท่านพ่อจะยอมรับได้อย่างมีเกียรติว่าข้าคือลูกชายของเขา”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยนิ่งเงียบองค์หญิงจาวหยางถอดถอนใจด้วยความรักใคร่สงสาร “ช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารอะไรเช่นนี้”698
ซูเซี่ยนกระตุกมุมปากเล็กน้อยและเหลือบมององค์หญิงจาวหยาง ปกติท่านอาผู้นี้เป็นคนที่มักเอาแน่เอานอนไม่ได้และเป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง จึงค่อนข้างยากที่จะเชื่อสายต