จุมพิตลงไปบนรอยจูบที่ทิ้งเอาไว้บนผิวขาวนวลอย่างแผ่วเบาทางด้านจักรพรรดิเป่ยเซี่ย พระองค์ทรงกริ้วเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่าซูเจ๋อพาเฉินเสียนออกไปจากพระราชนิเวศน์อีกครั้ง ทรงตบโต๊ะในห้องบรรทมและผรุสวาทออกมาว่า “ช่างเป็นลูกที่อกตัญูเสียนี่กะไร! ตอนนี้ข่าวลือฉาวโฉ่ไปทั่วบ้านทั่วเมือง เขายังมีแก่ใจพานางออกไปเที่ยวเล่น!จักรพรรดิเป่ยเซี่ยรับสั่งให้ไปหยุดรถม้าที่กำลังเดินทางทันทีแต่เมื่อนางกำนัลผู้รับคำสั่งเดินออกไปจากห้องบรรทม นางก็พบซูเซี่ยนและองค์หญิงจาวหยางที่กำลังเดินตรงมาซูเซี่ยนเงยหน้ามององค์หญิงจาวหยาง องค์หญิงจึงเอ่ยอย่างรู้กันว่า “นั่นเจ้าจะทำอะไรน่ะ”นางกำนัลหันกลับไปมองภายในห้องบรรทมและตอบอย่างลำบากใจว่า “บ่าวได้รับคำสั่งจากองค์จักรพรรดิให้ไปตามท่านอ๋องรุ่ยกลับมาเพคะ”องค์หญิงจาวหยางกล่าวว่า “โถ่ ถ้าท่านพี่กับจักรพรรดิต้าฉู่กลับมา อาเซี่ยนคงต้องกลับไปอยู่กับจักรพรรดิต้าฉู่และมาอยู่กับฝ่าบาทไม่ได้ ยากนักกว่าอาเซี่ยนจะได้มาเข้าเฝ้าฝ่าบาทเช่นนี้ เฮ้อ…”ซูเซี่ยนจูงมือองค์หญิงจาวหยางและหันหลังกลับพลางพูดว่า “กลับกันเถอะ”693
ทันใดนั้นก็มีเสียงกึ่งดีใจกึ่งกลัดกลุ้มดังมาจากข้างใน “ช่างเถอะๆ ตอนนี้คงไปไกลแล้ว ถึงอย่างไรก็คงตามกลับมาไม่ได้”สองอาหลานแอบสบตากันนิดหนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปในห้องบรรทมแม้ว่าจักรพรรดิเป่ยเซี่ยผู้แก่ชราจะมีทิฐิเล็กน้อย แต่พระองค์ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร โดยเฉพาะกับอาเซี่ยน ซึ