ซูเจ๋อถอนหายใจเบาๆ “มีคนเคียงหมอนนั้นดีจริงๆ เมื่อได้ลิ้มลองรสชาตินั้นแล้ว วันหลังก็ไม่อยากนอนคนเดียวอีก”เฉินเสียนเม้มปาก กล่าวว่า “ไหนเลยจะลิ้มลองได้ทุกวัน”โชคดีที่สีหน้าซูเจ๋อไม่ได้ยํ่าแย่ การทำภารกิจเมื่อคืนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเขามากนัก ถึงกระนั้นก็ยังคงเป็นผู้ป่วยเพิ่งหายดี ควรผ่อนเบากับเรื่องพรรค์นี้จะดีกว่าตอนที่เธอเตรียมจะไปเก็บอาภรณ์ของตน ซูเจ๋อก็เอื้อมมือดึงเธอกลับมาเฉินเสียนเงยหน้าไปมองก็ก้มไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยไม่ทันตั้งตัวติ่งหูเธอรู้สึกร้อนไม่หยุด ได้ยินซูเจ๋อกล่าวว่า “ไม่ได้ลิ้มลองทุกวันข้าก็จะกอดท่านนอนทุกคืน”ใบหน้าด้านข้างเฉินเสียนแอบอิงกับหน้าอกแกร่งของเขา ได้ยินเขาเอ่ยประโยคนนี้ หัวใจก็พองโตสั่นระริก ใบหน้าแดงระเรื่อไม่มีทีท่าจางหายเฉินเสียนรู้สึกดูแคลนตัวเอง ทั้งๆที่ไม่ใช่ข้าวใหม่ปลามัน แต่ยังจะรู้สึกเช่นนี้อีก“ท่านตื่นเมื่อใด?” เฉินเสียนถาม“คงตื่นเช้ากว่าท่าน”“ท่านปล่อยข้า ข้าจะกลับไป หากชักช้าเกรงว่าทุกคนต้องรู้ว่าเมื่อคืนข้าค้างคืนที่นี่”“ท่านกลัวเหรอ?”673
เฉินเสียนใคร่ครวญ กล่าวว่า “ไม่กลัว แค่รู้สึก……เกรงใจเล็กน้อย อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็นถิ่นฐานเป่ยเซี่ย”ซูเจ๋อจับศีรษะของเธอ ก้มหน้าจูบที่หูเธออีกครั้ง กล่าวว่า “ต่อจะทั้งใต้หล้าก็ต้องรู้ว่าท่านพักห้องข้าทุกคืน”ลมหายใจของเขารดใส่หูเธอ เฉินเสียนก็อดตัวสั่นเบาๆอีกครั้งไม่ได้ เธอดิ้นรนเพื่อลุกขึ้น กล่าว “ข้าต้อ