ซูเจ๋อยังคงข่มอารมณ์ใคร่กล่าว “งั้นท่านก็อย่ารัดข้าแน่นเกินไปสิ”เขาไล่จูบตั้งแต่บริเวณคอ ใบหู กระดูกไหปลาร้าของเธอ มือบนเอวเธอย้อนกลับขึ้นมาพลันขยํ้าเนินเขาของเธออย่างไม่เกรงใจเวลานี้เธอขดตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วยความว้าวุ่นเธอเปรียบดั่งบุปผาให้ซูเจ๋อเชยชมช่วงที่ผลิดอกบานสะพรั่งอย่างงดงามซูเจ๋อค่อยๆกดทับเอวของเธอ ค่อยๆเคลื่อนลงไปด้านล่างจวบจนเธอกลืนกินเขาทั้งหมดซูเจ๋อไม่ได้ขยับแรง ค่อยๆรอเธอได้อารมณ์จนเปียกแฉะ เธอสัมผัสได้ว่าความแข็งที่คล้ายศิลาและคล้ายเหล็กร้อนกำลังกวัดแกว่งเข้าออกอยู่ในร่างกายเธอหลอมเธอกลายเป็นธารนํ้ายามวสันตฤดูเสียแล้วทว่าเธอก็ยังไม่อาจดับเปลิวไฟแห่งโหยหาได้ หากแต่ยิ่งลุกโชนมากขึ้น“ยังเจ็บอยู่ไหม?” ซูเจ๋อกัดหูเธอ พลางถามขึ้นมาการขานตอบคือเสียงครวญครางที่เสนาะหูของเธอซูเจ๋อจึงจับร่างกายเธอแล้วเริ่มเข้าสำรวจในส่วนที่ลึกบ้าง ตื้นบ้างอย่างเป็นจังหวะความรู้สึกดังกล่าวประหนึ่งการดึงดูดและสำรวจซึ่งกันและกัน ต่อมาก็กระแทกกันอย่างเต็มใจ ช่างทำให้ร่างกายและจิตใจสุขสำราญยิ่งนักเฉินเสียนก้มหน้าเกยอยู่บนบ่าซูเจ๋อ ร่างกายเคลื่อนไหวตามท่าทางของเขาถึงแม้บัดนี้จะถูกเขาครอบครอง เธอก็ยังรู้สึกระทึกใจยิ่ง668
“ซูเจ๋อ……” เฉินเสียนขานชื่อเขาด้วยเสียงอู้อี้ที่ขี้คร้านและเย้ายวน หางตายังคงมีคราบนํ้าตาอยู่“หืม?”เฉินเสียนเรียกชื่อเขาต่อ “ซูเจ๋อ……”เหมือนเธอจะชอบเรียกชื่อของเขามาก เรีย