มองใบหน้าที่ไร้เดียงสาของเขา กล่าวว่า “ไม่ต้องมาเสแสร้งเลย”ซูเจ๋อยิ้ม กล่าวว่า “ทำไมเป็นเสแสร้งไปได้ ข้าจริงใจมากนะ”“หากจริงใจเหตุใดเมื่อคืนไม่เบามือเสียหน่อย……”“หิวโหยมานานก็จะกินอย่างตะกละตะกลามเฉกเช่นหมาป่ากับราชสีห์ หวังว่าท่านคงเข้าใจ”หลังเรือนคล้ายจะได้ยินเสียงฝีเท้า เฉินเสียนไม่อาจคำนึกถึงขาที่อ่อนแรงกับเอวที่ปวดเมื่อย เธอผลักซูเจ๋อออก หันกายเดินออกไปด้านนอกซูเจ๋อใส่เสื้อด้านในเสร็จสรรพพลันคลุมเสื้อด้านนอกอย่างขอไปที มีความขี้คร้านสองส่วน เขาพิงอยู่ที่หัวเตียง มองเงาเธอที่มีความหลวมตัวเล็กน้อย กล่าวเสียงอ่อนน่◌ุมว่า “ไม่ต้องกลัว อย่างไรเสียข้าเป็นคนยั่วยวนท่านเอง”“ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก”“อืม ก็ใช่อยู่”เมื่อคืนซูเจ๋อจูบเฉินเสียนกลางงานเลี้ยงในวังอย่างดุเดือด ไม่เพียงทำให้ขุนนางเป่ยเซี่ยตะลึงพรึงเพริดเท่านั้น ยังทำให้จักรพรรดิเป่ยเซี่ยนอนไม่หลับทั้งคืนด้วยจักรพรรดิเป่ยเซี่ยรู้ดีว่าซูเจ๋อคงอยากให้เหล่าขุนนางทราบความสัมพันธ์ของเขากับจักรพรรดิแห่งต้าฉู่658
เมื่อคร่◌ุนคิดดูแล้ว จักรพรรดิเป่ยเซี่ยตัดสินใจมาถามไถ่เขาให้แน่ชัดด้วยตัวเองเมื่อมาถึงจวนเห็นนางกำนัลเฝ้าอยู่ด้านนอก จักรพรรดิเป่ยเซี่ยพลันถามหนึ่งประโยค “ท่านอ๋องร่◌ุยตื่นหรือยัง?”นางกำนัลตอบเสียงเบาด้วยสีหน้าผิดปกติ “ท่านอ๋องยังไม่ตื่นบรรทมเพคะ”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยเดินเข้าไปอย่างโอ่อ่า ไม่สังเกตสีหน้านางกำนัลเลยสักนิดเดินไปก