งกายของทีมเรือ หมอหลวงกล่าวว่าร่างกายของพวกเขาทรงตัวชั่วคราว และต้องสังเกตอาการต่ออีกสองวันจักรพรรดิเป่ยเซี่ยคิดถึงหลานชายจนปราชวรลง นางกำนัลเข้ามาที่เรือนด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย และกล่าวว่า “ฝ่าบาททรงคิดถึงองค์รัชทายาทแห่งต้าฉู่ จนตอนนี้ฝ่าบาททรงพระปราชวร องค์รัชทายาทได้โปรดเสด็จไปเยี่ยมฝ่าบาท ฝ่าบาทฝันก็ยังคอยตรัสบ่นถึงเพคะ”ตั้งแต่ที่มานี้ ซูเซี่ยนปฏิเสธไปหลายครั้ง เขาคิดว่าซูเซี่ยนมองไปที่ท่านแม่ของเขาเฉินเสียนกล่าว “เจ้าอยากไปก็ไปสิ”“งั้นข้าไปประเดี๋ยวก็จะกลับมาขอรับ”ในเวลานี้ จักรพรรดิเป่ยเซี่ยกำลังเอนกายอยู่บนเตียงในห้องบรรทมของพระองค์ และนางกำนัลก็รีบเข้ามาข้างหลังพระองค์ด้วยความยินดีและกล่าวว่า“เสด็จมาแล้ว เสด็จมาแล้ว หลานชายของฝ่าบาทเสด็จมาแล้ว ฝ่าบาทรีบนอนลงไปเพคะ!”เมื่อจักรพรรดิเป่ยเซี่ยได้ยินดังนั้น พระองค์รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง พระองค์แสร้งทำเป็นว่าปราชวรเป็นโรคซึมเศร้าในทันที พร้อมกับเอาผ้าพันรอบหน้าผาก567
ของพระองค์ไว้ และตรัสว่า “รีบเอายาให้ข้าที่ข้างเตียง” ไก่อนที่เขาจะดื่มยาที่หน้าเตียงเมื่อจักรพรรดิเป่ยเซี่ยเห็นเขา พระเนตรของพระองค์เป็นประกาย และตรัสอย่างอ่อนแรง “อาเซี่ยน เจ้ายอมมาหาปู่แล้ว…”ซูเซี่ยนเหลือบมองไปที่ยาต้ม จากนั้นจึงมองไปที่จักรพรรดิเป่ยเซี่ย และพูดเบา ๆ ว่า “ฝ่าบาทต้องการเป็นปู่ หาคนอื่นมาแทนเสียจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะจากไป จักรพรรดิ