จากนั้นนางกำนัลก็ได้เข้ามาเชิญให้เสด็จไปทานพระกระยาหาร เฉินเสียนรีบหาข้ออ้างทิ้งซูเจ๋อและซูเซี่ยนไว้ แล้วตัวเองก็ได้รีบหนีออกมาทันทีที่ลานสวนของเหลียนชิงโจวและเฮ่อโยว ทั้งคู่กำลังเตรียมจะทานอาหารเที่ยงกัน แต่นึกไม่ถึงเลยว่าจู่ๆ เฉินเสียนก็วิ่งมาโผล่ที่ลานสวนของพวกเขาเหลียนชิงโจวยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ฝ่าบาท จู่ๆ เสด็จมาได้อย่างไรกันหรือพ่ะย่ะค่ะ?”เฉินเสียนจึงตอบกลับไปว่า : “ข้ามาทานมื้อเที่ยง”“คนเดียวนะหรือ?”เมื่อพูดถึงตรงนี้ เฉินเสียนก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมา เธอพูดขึ้นว่า : “นกพิราบเข้ายึดรังของนกกางเขนแล้ว ข้าจำเป็นต้องมาปรึกษาพวกเจ้าเสียหน่อย”เหลียนชิงโจวและเฮ่อโยวหันมาสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดขึ้นว่า :“นกพิราบเข้าไปยึดรังของนกกางเขนอย่างไร? ท่านอ๋องรุ่ยมาที่เรือนของฝ่าบาทหรือ? ฝ่าบาทถึงได้แอบหนีออกมาหรือพ่ะย่ะค่ะ?”เฉินเสียนปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสองคนนี้ฉลาดเป็นอย่างมาก เพียงครู่เดียวก็สามารถเดาถูกได้เธอพูดขึ้นด้วยอย่างครุ่นคิดและรู้สึกลังเลเล็กน้อยว่า : “วันนี้ข้าผิดปกติมากใช่หรือเปล่า? รู้สึกเหมือนโดนมนต์ดำยังไงอย่างงั้น ข้าสงสัยว่าท่านอ๋องรุ่ยเป็นคนทำไสยศาสตร์ใส่ข้า”ทุกครั้งที่เธอเจอซูเจ๋อ ถึงได้ไม่มีแรงต่อสู้หรือขัดขืนใดๆ ทั้งสิ้น534
เหลียนชิงโจวพูดขึ้นว่า : “ใครผูกก็ให้คนนั้นแก้ ฝ่าบาทสงสัยว่าท่านอ๋องรุ่ยเป็นคนทำไสยศาสตร์ใส่พระองค์ ก็ไม่ควรจะหลบหนี ควรจะไปหาเขาใ