นสามารถเชิญเฉินเสียนออกไปได้ในที่สุด เฉินเสียนเองก็พอจะดูออก ว่าทั้งคู่นั้นกลัวว่าตัวเองจะโดนหางเลขไปด้วยเฉินเสียนกลับไปที่เรือนของตัวเองอีกครั้ง ตอนนี้ซูเจ๋อและซูเซี่ยนได้นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเป็นที่เรียบร้อย และยังไม่ได้แตะอาหารเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งคู่ต่างก็รอเธออยู่ซูเจ๋อเลิกคิ้วขึ้นสูง พร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ท่านไปปรึกษากับพ่อค้าสองคนที่ท่านพามาด้วยนะหรือ?”“อืม คุยเรื่องทางการ” เฉินเสียนเดินเข้านั่งลงซูเจ๋อยื่นมือไปตักซุปมาถ้วยหนึ่งให้เธอด้วยท่วงท่าที่สง่างาม นิ้วมือที่เรียวยาวกำลังจับถ้วยกระเบื้องสีขาว สองสิ่งนี้คอยช่วยเสริมส่งชูให้เด่นชัดขึ้น ขาวเนียนกระจ่างชัดเจนเขาวางถ้วยซุปไว้ที่ข้างๆ มือของเฉินเสียน ยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “ทำไมพวกเขาไม่ได้เตรียมอาหารส่วนของท่านหรอกหรือ?”พูดแล้วก็ชํ้าใจเปล่าๆ เฉินเสียนจึงพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงที่หดหู่ว่า : “พวกเขาอยากให้ข้าอยู่ แต่ข้าไม่อยากอยู่เองต่างหาก”“เพราะเหตุใด”“รู้ทั้งรู้ว่าท่านอ๋องรุ่ยมาร่วมทานอาหารเที่ยงกับข้า แต่หากข้าติดธุระกลับมาไม่ได้ ท่านก็จะเข้าใจผิดคิดว่าข้ากลัวท่านโดยปริยาย”“ที่แท้แล้วก็เป็นเช่นนี้นี่เอง” ซูเจ๋อมองไปที่เธอ พูดขึ้นอย่างใจเย็นว่า : “หากท่านยังจะไม่กลับมา ข้าก็คงจะนึกว่าท่านรู้สึกผิดจริงๆ”536
เฉินเสียนกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย ทำไมจะต้องรู้สึกผิดด้วยซูเจ๋อคีบกับข้าวลงบนถ้วยของเธอและซ