กลียดซูเจ๋อเข้ากระดูกดำเลยเชียว เพราะมีคนคอยเข้ามาตรวจค้นในเรือนที่เขาพักทั้งคืน จนเขาไม่เป็นอันหลับอันนอน พอมากลางวันก็อ่อนล้าไม่กระปรี้กระเปร่า ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถมาวนเวียนอยู่ข้างๆ เฉินเสียนได้สถานการณ์ตอนนี้ ซูเจ๋อจึงเป็นผู้ยึดครองเฉินเสียนแต่เพียงผู้เดียวเย่ซวิ่นจะทำใจยอมรับได้อย่างไรกัน ในเมื่อจุดประสงค์ที่เขามาในครั้งนี้ ไม่ได้มาเพื่อช่วยเฉินเสียนปราชดหรือยั่วโมโหซูเจ๋อจริงๆ เสียหน่อย เขาตั้งใจจะแยกเฉินเสียนและซูเจ๋อออกจากกันอย่างสิ้นเชิงต่างหากสองสามวันมานี้ กลางวันและกลางคืนของเขาถูกสลับสับเปลี่ยนมั่วไปกันหมด กลางคืนไม่ได้นอนดีๆ กลางวันจึงต้องนอนพักผ่อน ดังนั้นเมื่อถึงเวลาคํ่าคืนแต่ละคนจึงตาสว่างและกระปรี้กระเปร่าเป็นอย่างมากในเมื่อกลางคืนก็ไม่ได้นอนดีๆ อยู่แล้ว เย่ซวิ่นจึงได้พาคนของเขาไปยังเรือนที่เฉินเสียนพักอยู่เวลานี้เฉินเสียนกำลังเตรียมตัวจะพาซูเซี่ยนออกไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ ก็เห็นว่าในเรือนมีชายรูปงามอยู่ จึงรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ใบหน้านั้นงดงามและหล่อเหล่าเอาการ เฉินเสียนเคยเจอมาแล้วสองครั้ง แต่เมื่อพบเจออีกครั้ง กลับจำไม่ได้ว่าใครเป็นใครบ้างแม้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงเบื้องหน้านี้จะน่ามองสักแค่ไหน แต่สำหรับเฉินเสียนแล้วชายรูปงามเหล่านี้ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเธอได้เลยไม่รอให้เฉินเสียนได้ทันพูดอะไร เย่ซวิ่นก็หัวเราะพร้อมกับพูดขึ้นว่า : “หลายคืนมานี้ มีคนมาตรวจ