น แต่ก็ยังกังวลเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาตั้งแต่พลบคํ่าแล้วนางสามารถละทิ้งความพยายามและความใจแคบของนางที่มีต่อซูเจ๋อได้ แต่นางไม่สามารถละทิ้งความรักที่มีต่อเขาได้ และหลังจากที่ได้แยกกันเป็นสองฝ่ายก็ไม่เคยคิดจะหยุดรักเขาเลยซูเซี่ยนกล่าวว่า “ลูกรู้ เพียงแค่ทำเช่นนี้ถึงสามารถทำให้เสด็จแม่หมดห่วงนี้ได้จริงๆ ท่านไปหาเสด็จพ่อเถอะ และแม้ว่าท่านจะต้องการปล่อยวาง ท่านก็ต้องพูดกับเขาให้ชัดเจน”ในที่สุดเฉินเสียนก็กล่าวว่า “สักพักเจ้าต้องกลับไปที่เรือนด้วยตัวเองแล้ว”ซูเซี่ยนกล่าวว่า “ลูกรู้ทางกลับว่าไปทางไหน”ถ้ามันยังสายเกินไป”ซูเซี่ยนพูดข้างหลังนางว่า “หวังว่าท่านจะเก็บความทรงจำดีๆ ไว้ได้ เพื่อที่จะได้มีช่วงเวลาที่ดีในอนาคต”“ตกลง แม่จะเก็บความทรงจำดีๆ ไว้” หลังจากพูดแบบนั้น เฉินเสียนก็ไม่ยอมที่จะเดินอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นนางก็ก้าวขาไปข้างหน้าราวกับปีศาจและเริ่มวิ่งอย่างดุเดือดเฉินเสียนวิ่งออกจากวังและวิ่งไปที่ถนนตลาดในเมืองชิงไห่ นางไม่รู้ว่ามีโรงละครกี่แห่งในเมืองนี้ นางรู้แค่ว่า ซูเจ๋อพานางไปที่โรงละครที่หนึ่งเมื่อวานนี้ดังนั้นนางจึงวิ่งไปข้างหน้าตามถนนที่คุ้นเคยไม่นานละครในโรงละครน่าจะแยกย้ายไปแล้ว511
นางก็รู้สึกกังวลขึ้นมาเป็นอย่างมากนางกลัวว่าจะพลาดกับซูเจ๋อ และกลัวว่าหากวิ่งช้าไปสองก้าว เมื่อถึงประตูทางเข้าโรงละครก็พบว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้วในที่สุดเฉินเสียนก็ได้วิ่งไปถึงโรงละครแล้ว นางก็ร