จะยืนมุมข้างกำแพงและฟังอย่างตั้งใจ เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจักรพรรดินีแห่งต้าฉู่จะเลี้ยงดูหลานชายที่ทำให้คนเจ็บปวดได้เช่นนี้ และอยู่ๆ เขาอยากรู้ว่าแต่ก่อนทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่ต้าฉู่ใช้ชีวิตอย่างไรในอดีตเขาไม่ชอบเฉินเสียนมาก่อน เพราะนางมักคิดจะแย้งลูกชายตัวเองแต่ว่าทุกคนต่างก็มีความเจ็บปวดและความขมขื่นของตัวเอง และความไม่ชอบของเขาไม่ได้หมายความว่าเขาจะปฏิเสธได้499
จักรพรรดิเป่ยเซี่ยคิดว่าเฉินเสียนน่าจะเป็นมารดาที่ไม่เลว เป็นเพราะเด็กไม่มีพ่อนางจึงต้องเข้มแข็ง และต้องขัดเกลาตัวเองให้ออกจากกระดูกแข็งๆ นั้น จึงกล่าวในราชสำนักอย่างเย่อหยิ่งว่าไม่ต้องการปู่อย่างนั้นออกมาเป็นใครกันแน่ที่แย้งซูเจ๋อไป? เป็นเฉินเสียนแย่งจากของเขาไป? หรือว่าเขาแย่งสามีของนางไป แย่งพ่อของลูกของนางไป?จักรพรรดิเป่ยเซี่ยรู้สึกสับสนเล็กน้อยเมื่อซูเจ๋อถามเกี่ยวกับต้าฉู่ ซูเซี่ยนบอกซูเจ๋อเป็นระยะๆ ว่าตั้งแต่เขาได้ออกไปจากเมืองหลวงของต้าฉู่จนถึงวันนี้ ก็เป็นเวลาสี่ปีแล้ว ภายในสี่ปีนี้ สองแม่ลูกสามารถพึ่งพาอาศัยกันในการดำรงชีวิต และได้ลุกขึ้นจากที่ที่ตํ่าที่สุด แล้วค่อยๆ เดินไปยังจุดสูงสุดอีกครั้งทีละก้าวทีละก้าวความมืดและความสิ้นหวังเหล่านั้น คำพูดแค่คำสองคำนั้นจะสามารถพูดได้ชัดเจนได้อย่างไรซูเซี่ยนไม่ได้พูดถึงวันที่แสนหวานเมื่อพ่อและแม่ของเขาอยู่ด้วยกัน ดังนั้นความหวานชื่นเหล่านั้นเหลือไว้ให้พ่อของเขาค่อยๆ คิดกลับมาด้ว