นอ๋องมู่ก็นั่งอยู่เหมือนกัน องค์หญิงจาวหยางไม่ต้องการให้มีความเข้าใจผิดเกิดขึ้นระหว่างกัน ขณะที่นางกำลังคิดว่าจะพูดอะไรดีนั้น ก็ถูกท่านอ๋องมู่ห้ามปรามไว้เสียก่อนท่านอ๋องมู่กระซิบเบา ๆ “เรื่องภายในครอบครัวของเขา เจ้าอย่าเข้าไปทำให้เรื่องมันยุ่งวุ่นวายเลย”เฉินเสียนจิบนํ้าชาไปเต็มท้อง และจูงมือของซูเซี่ยนลุกขึ้นเดินออกไปจากท้องพระโรง และกล่าวว่า “วันนี้เดินทางอยู่บนเรือมาทั้งวัน และตอนนี้ก็รู้สึกเหนื่อยล้า จักรพรรดิเป่ยเซี่ยได้โปรดให้อภัยด้วย ข้าขอกลับไปพักผ่อนก่อน”เธอจับมือของซูเซี่ยน รู้สึกเย็นเล็กน้อยและตัวสั่นเล็กน้อย เมื่อเธอเดินออกจากประตูท้องพระโรง แสงจันทร์เย็น ๆ ข้างนอกตกลงบนใบหน้าของเธอ ทำให้เธอรู้สึกซีดมากเมื่อกลับมาถึงห้องนอน เฉินเสียนจับใบหน้าของซูเซี่ยนและพูดว่า “เมื่อสักครู่เจ้าก็ได้ยินชัดแล้ว เขามีพราชายารุ่ยแล้ว เขาแต่งงานแล้ว เขาแต่งงานกับคนอื่นแล้ว เขาเป็นคนพูดเองว่าพวกเขาสองคนสามีภรรยารักใคร่ปรองดองกัน ตอนนี้จะยอมรับได้หรือยัง”ซูเซี่ยนมองดูเฉินเสียนด้วยความเห็นอกเห็นใจ เอื้อมมือไปสัมผัสที่หางตาของเธอ และพูดว่า “แล้วท่านแม่ยอมรับหรือยัง”452
ในที่สุดเฉินเสียนก็หัวเราะอย่างเศร้า ๆ และพูดอย่างไร้ความรู้สึก “ถ้าไม่ยอมรับแล้วจะมีวิธีไหนอีก ได้เห็นว่าเขาสุขสบายดีก็น่าจะพอแล้ว หรือไม่ควรเข้าฝั่งมา ไม่ควรฟังเจ้า ไม่ควรหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่อยู่ในใจ”เธอวางซูเซี่ยนลง หันหลังแล