งตาของเขามีแสงที่มืดมน ทำให้องค์หญิงจาวหยางตกตะลึงมาก ราวกับว่าไม่ใช่รูปลักษณ์ที่อ่อนโยนและพูดง่ายตามปกติของเขา แต่กลับเป็นอีกด้านหนึ่งที่องค์หญิงไม่คุ้นเคยองค์หญิงจาวหยางถอยห่างออกไปสองก้าว และอ้าปากพูดไม่ออกซูเจ๋อกล่าว “กลับไป”องค์หญิงจาวหยางโกรธและกลัวเล็กน้อย นางกระทืบเท้าและหันหน้าแล้วเดินจากไปโดยกล่าวว่า “กลับก็กลับ! ทำความดีแต่กลับไม่เห็นคุณค่า สมควรแล้วที่ท่านยังโสด!”ซูเจ๋ออยู่ที่ด้านนอกเรือนของเฉินเสียน เฝ้าจนจนกระทั่งไฟในห้องนอนของเธอดับลงสำหรับชายหนุ่มรูปงามทั้งสามสิบสองคนที่มากับเฉินเสียนนั้น รวมไปถึงเย่ซวิ่น ถูกจัดไปอยู่อีกสถานที่แห่งหนึ่ง มีทหารองครักษ์คอยเดินสังเกตการณ์ในตอนกลางคืน แต่สุดท้ายไปตรวจค้นที่ห้องของชายรูปงามอยู่หลายครั้งในหนึ่งคืนโดยบอกว่าสงสัยว่าจะมีนักฆ่าบุกเข้ามาในวัง จึงจำเป็นต้องตรวจค้นทุกซอกทุกมุมเย่ซวิ่นในฐานะองค์ชายหกแห่งเย่เหลียง ก็ไม่อาจยกเว้นได้ ภายในห้องได้รับการตรวจค้นสี่ถึงห้าครั้ง ทำให้พวกเขาแทบไม่ได้นอนหลับพักผ่อนเมื่อทหารองครักษ์เข้ามาตรวจค้นเป็นครั้งสุดท้าย เย่ซวิ่นและชายรูปงามทั้งหลายต่างยืนรวมกันที่ตรงกลางเรือนด้วยชุดนอน เขาโมโหจนกระทืบเท้าและ454
ด่าทอออกมา “ซูเจ๋อนายเลว ใช้อำนาจทางหน้าที่เพื่อแก้แค้นให้กับตัวเอง! ท่านเป็นคนยังไงอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ภายนอกแสร้งเป็นคนเรียบร้อยเย็นชา แต่ข้างในกลับดำสกปรก!”หัวหน้าองครักษ์เดินเข้ามาและกล่าว