ด้วยเหตุผลก่อนไม่รู้เรื่องค่อยใช้กำลัง ไม่ดีเท่ากับการส่งคนไปสอบถามสถานการณ์ก่อน”สองวันหลังจากที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยเลยได้ส่งทูตผู้หนึ่งนั่งเรือลำเล็กไปเข้าใกล้เรือใหญ่นั่นระยะห่างเข้าใกล้เรื่อยๆ ทูตผู้นั้นจำเป็นต้องเงยหน้ามองเรือลำใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาตื่นตระหนกจนพูดไม่ออกประเดี๋ยวเดียว ขอบสองข้างของเรือได้มีลูกธนูโก้งโค้งอยู่ บนมือของทหารรักษาพระองค์เต็มไปด้วยลูกธนู และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันคือพุ่งเป้าหมายไปที่ทูตบนเรือลำเล็กทูตตื่นตระหนกตกใจ กล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงสั่นเทาว่า “ข้าเป็นทูตที่องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยส่งมา ขอให้เหล่าพี่น้องที่อยู่ด้านบนได้โปรดเข้าใจ!”เฮ่อโยวปรากฏตัวที่ด้านข้างราวจับ ก้มศีรษะลงมอง แล้วออกคำสั่งว่า “นำตัวเขาขึ้นมาบนเรือ”ทันทีหลังจากนั้นด้านบนเรือได้ปล่อยบันไดไม้ลงมา ขาทั้งสองข้างที่อ่อนแรงของทูตผู้นั้นได้ปีนป่ายบันไดไม้ขึ้นไป อยู่ใต้เท้านั่นเป็นทะเลลึกกว้างมหาศาลหากว่าขาลื่นเสียบลงไปไม่สามารถขึ้นมาได้ หัวใจกับตับของทูตเลยสั่นไหวระริกไม่กล้าก้มศีรษะมองลงไปเลยสักนิดหนึ่งบนใบหน้าของเขามีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมา รู้สึกว่าตลอดชีวิตที่เป็นทูตมานี่เป็นหน้าที่ที่ยากที่สุดแล้วรอขึ้นมาบนดาดฟ้าของเรืออย่างปลอดภัยแล้ว ขาทั้งสองข้างของทูตยังคงสั่นเทาอยู่เขาเช็ดเหงื่อที่มุมหน้าผาก เฮ่อโยวนำทางเขาไปพบซูเซี่ยน422
เวลาเดียวกันร