่างเล็กของซูเซี่ยนได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แบบโบราณ บนใบหน้ามีอารมณ์ความรู้สึกดีใจ โกรธ เศร้าโศก และความสุขอย่างที่เด็กน้อยควรจะมีน้อยมาก ตั้งแต่ทูตเข้ามา แววตาที่แยกแยะละเอียดอย่างชัดเจนได้มองที่ตัวของทูตเรียบเฉยเย็นชามากทูตก้มศีรษะลงเพื่อทำความเคารพ แนะนำตัวเองว่าเป็นทูตที่องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยส่งมาทักทายปราศรัยโดยเฉพาะซูเซี่ยนรอเขาพูดไปสักพักหนึ่ง ถึงได้กล่าวขึ้นว่า “คิดไม่ถึงว่าเป่ยเซี่ยจะมีนํ้าใจไมตรีชอบรับแขกเช่นนี้ แต่ที่ข้าได้ยินมา องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยของพวกเจ้าเวลาพูดคุยชอบพูดเสียดสี ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร้ความรู้สึกนะ”ทูตที่ก้มศีรษะทำความเคารพอยู่ตลอดนั้น คิดไม่ถึงว่าเสียงที่ตอบกลับเขามาเป็นเสียงของเด็กน้อย เขาชะงักงัน หลุบตาขึ้นชำเลืองมองอย่างรวดเร็ว เกินความคาดหมายเป็นเด็กน้อยอย่างที่คิดจริง มองผ่านๆ รู้สึกเพียงว่าร่างเล็กขาวละมุนละไม สวยสง่างามเป็นอย่างมาก อีกทั้งสูงส่งเกินคำบรรยายทูตรีบกล่าวว่า“ท่านชายน้อยต้องได้ยินข่าวโคมลอยอะไรเป็นแน่ ท่านชายน้อยมาจากต้าฉู่ใช่หรือไม่?”เมื่อครู่เขาขึ้นเรือมาเห็นชุดเกาะทหารและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของเฮ่อโยว น่าจะเป็นคนของต้าฉู่ไม่ผิดเพี้ยนหรอก ครั้นแล้วกล่าวอีกว่า “หากผู้ที่มาเป็นแขก องค์จักรพรรดิของเป่ยเซี่ยต้องต้อนรับอย่างแน่นอน หากท่านชายน้อยมาท่องเที่ยว เหตุใดถึงไม่เข้าใกล้ชายฝั่งแล้วไปท่องเที่ยว องค์จักรพรรดิของเป่ยเซี่ยต้อนร