เวลานี้เป่ยเซี่ยจะรีบเร่งประดิษฐ์ต่อเรือก็ไม่ทันแล้ว ยิ่งกว่านั้นเป่ยเซี่ยมีเนินเขาทุ่งหญ้ามากมาย มิสู้ต้าฉู่ที่โครงข่ายแม่นํ้ามีอยู่ทั่วทุกหัวระแหง เพราะฉะนั้นฝีมือการสร้างเรือก็ไม่ชำนาญ องค์จักรพรรดิเป่ยเซี่ยทำได้เพียงรีบจัดวางกำลังป้องกันเสริมความแข็งแกร่งบริเวณชายฝั่งทะเลองค์หญิงจาวหยางฟังท่านอ๋องมู่ที่กลับมาพูดฉอดๆว่า “บอกแล้วว่าองค์จักรพรรดิแห่งต้าฉู่ไม่ใช่ผู้ที่ง่ายต่อการยุแหย่ ช่วงก่อนหน้านี้ปฏิบัติต่อพระนางอย่างนั้น พระนางทำเพื่อท่านอ๋องรุ่ย สิ่งใดก็สามารถกลํ้ากลืนความเจ็บชํ้านํ้าใจได้แต่สุดท้ายก็ยังต้องแยกกับท่านอ๋องรุ่ย เช่นนี้แล้วยังปรารถนาให้พระนางละมุนละม่อนกับพวกเราเป่ยเซี่ยหรือ”องค์หญิงจาวหยางกล่าวถามว่า “จักรพรรดิแห่งต้าฉู่จะโจมตีเป่ยเซี่ยของพวกเราหรือไม่เพคะ?”ท่านอ๋องมู่กล่าวว่า “อาจจะไม่หรอก แต่ถ้าเย่เหลียงเจตนายุให้เกิดการสู้รบจากน่านนํ้าทะเล พระนางจำเป็นต้องยืนบนป้อมปราการ เฝ้าสังเกตการณ์สองฝ่ายรบกัน บางทีอาจจะเกื้อหนุนอยู่ด้านข้างก็ยังไม่แน่นอน”องค์หญิงจาวหยางกล่าวว่า “ไม่เช่นนั้น นำท่านพี่ส่งไปที่ต้าฉู่เถิดเพคะ เช่นนี้ความสัมพันธ์ต้าฉู่กับเป่ยเซี่ยก็จะสงบอบอุ่นลง เย่เหลียงก็ถือโอกาสหาผลประโยชน์ไม่ได้แล้วไม่ใช่หรือเพคะ” นางฟังท่านอ๋องมู่พูดฉอดๆกับเรื่องเหล่านี้เป็นประจำ เลยเข้าใจสถานการณ์เหล่านี้อยู่บ้างท่านอ๋องมู่ทอดถอนหายใจออกมา แล้วกล่าวว่า “เสด็จอาของเจ้าค