เมื่อแผ่นหลังของเฉินเสียนหายลับไปจากห้องโถง ซูเจ๋อจึงยกมือขึ้นสัมผัสหยาดนํ้าตาอุ่นๆ ของเธอที่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้าเธออยากจะไป เขาห้ามเธอไว้ได้ด้วยหรือ? จักรพรรดินีแห่งต้าฉู่ ถึงอย่างไรก็ต้องกลับไปยังต้าฉู่ และด้วยสภาพร่างกายของเขาตอนนี้ เขาไม่มีทางร่วมทางไปกับเธอได้ช่างเถิด เรื่องนี้บังคับกันไม่ได้เฉินเสียนมุ่งหน้าไปหาจักรพรรดิเป่ยเซี่ยที่เพิ่งกลับมาจากการเข้าเฝ้ายามเช้าทันทีที่เธอออกไปจากห้องโถง ไม่มีคำพูดอะไรมากมายเกินความจำเป็นระหว่างคนทั้งสองเพียงแต่ขณะที่เฉินเสียนกำลังจะเดินผ่านพระองค์ไป จู่ๆ จักรพรรดิเป่ยเซี่ยก็ตรัสขึ้นมาว่า “ปิ่นปักผม”เธอหยุดชะงัก ในที่สุดก็ยกมือขึ้นดึงปิ่นหยกขาวบนมวยผมออกมา จากนั้นจึงวางลงบนพระหัตถ์ของจักรพรรดิเป่ยเซี่ยด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย จักรพรรดิเป่ยเซี่ยทรงกล่าวอย่างพึงพอใจว่า “ในภายภาคหน้า เป่ยเซี่ยและต้าฉู่จะเป็นเพียงเพื่อนบ้านกันเท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ นอกเหนือจากนี้”เธอจึงกล่าวว่า “ตามพระประสงค์”เฉินเสียนบ่ายหน้าไปทางพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้า จากนั้นแผ่นหลังที่มั่นคงและแข็งแกร่งก็ค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไปจักรพรรดิเป่ยเซี่ยหรี่พระเนตรมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับเข้าไปในห้องโถง เมื่อเห็นว่าซูเจ๋อฟื้นแล้ว พระองค์จึงตรัสว่า “เวลานี่รู้สึกอย่างไรบ้าง”372
แววตาของซูเจ๋อเย็นเยียบ เขายื่นมือออกมาทางพระองค์และกล่าวว่า “ส่งมา”พระหัตถ์ทั้งสองข้างของจ