ักรพรรดิเป่ยเซี่ยประสานกันอยู่ในแขนฉลองพระองค์ พระองค์ชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่ในที่สุดก็ยื่นปิ่นหยกขาวในพระหัตถ์ส่งให้ซูเจ๋อซูเจ๋อมองปิ่นหยกขาวในมือราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ไม่มีท่าทีว่าจะพูดสิ่งใดกับจักรพรรดิเป่ยเซี่ยจักรพรรดิเป่ยเซี่ยตรัสว่า “นางพูดอะไรกับเจ้า เจ้าจึงเฉยเมยกับข้าเช่นนี้”ซูเจ๋อเอ่ยเรียบๆ ว่า “พระองค์กลัวว่านางจะพูดอะไรกับข้าหรือ?”นับตั้งแต่นี้ต่อไป ความสัมพันธ์ระหว่างจักรพรรดิเป่ยเซี่ยและซูเจ๋อสองพ่อลูกจะเต็มไปด้วยความเฉยชายิ่งกว่าเดิม แม้ว่าคนภายนอกจะไม่เข้าใจ แต่ทั้งสองฝ่ายต่างรู้แก่ใจดีหลังจากอาการของซูเจ๋อดีขึ้นเมื่อวันเวลาผ่านไป จักรพรรดิเป่ยเซี่ยจึงรับสั่งให้เขาเข้าพิธีสมรสกับพราชายารุ่ยให้เสร็จสิ้น ทว่าซูเจ๋อกลับสั่งให้พ่อบ้านส่งพระชายารุ่ยกลับไปหาครอบครัวของนาง ทั้งยังบอกว่าจะไม่แต่งงานไปชั่วชีวิตจักรพรรดิเป่ยเซี่ยค่อนข้างกริ้ว พระองค์ทรงบังคับให้ซูเจ๋อเลือกคนที่เหมาะสมที่จะมาเป็นพราชายา แต่ซูเจ๋อกลับบอกว่า “ขอบพระทัยที่ฝ่าบาททรงห่วงใย แต่ข้าไม่ชอบสตรี”ทันทีที่มีข่าวแพร่ออกไปว่าท่านอ๋องรุ่ยชอบผู้ชาย ตอนนี้ไหนเลยจะมีผู้หญิงกล้าเสนอตัวเข้ามาแต่งงานง่ายๆ เพราะถ้าหากเป็นเหมือนพราชายารุ่ยคนก่อนที่ถูกส่งตัวกลับไปหาครอบครัวหลังจากแต่งงาน แบบนั้นคงน่าขายหน้าแย่!ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในภายหลัง373
ขณะนี้เฉินเสียนออกไปจากพระราชวังของจักรพรร