ขันทีที่อยู่ด้านนอกเห็นดังนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องตำราหลวงด้วยความตกใจกราบทูลจักรพรรดิเป่ยเซี่ยว่า “ทูลฝ่าบาท ท่านอ๋องรุ่ยกำลังคุกเข่าอยู่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทไม่ทรงใส่พระทัยจักรพรรดิแห่งต้าฉู่ แต่ต้องทรงใส่พระทัยร่างกายของท่านอ๋องรุ่ย ขอพระองค์โปรดทรงเมตตาด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยทั้งกังวลและทรงพิโรธอย่างหนัก “ตัวของตัวเองยังไม่ใส่ใจเหตุใดข้าจะต้องไปใส่ใจด้วย! ถ้าอยากคุกเข่าก็ปล่อยให้เขาคุกเข่าไป!”แววตาของซูเจ๋อเต็มไปด้วยความอบอุ่น และเขามักจะหันไปมองเฉินเสียนด้วยแววตาที่ลุ่มลึก ปลายนิ้วสัมผัสลงไปบนปิ่นหยกขาวที่อยู่ในมวยผมของเฉินเสียน จากนั้นจึงค่อยๆ ลากนิ้วลงมาที่ขมับ วาดลงมาอย่างแผ่วเบาตามโครงหน้าของเธอ ริมฝีปากแย้มยิ้มมากกว่าเดิม เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยว่า “ความจริงแล้ว นี่แหละคือแบบที่ข้าชอบ”ความทรงจำของเขายังคงขาดหาย แต่เขากลับจำได้รางๆ ว่ามารดาของเขาเป็นคนทิ้งปิ่นปักผมนี้ไว้ให้ การที่เขายอมมอบของต่างหน้าชิ้นสำคัญของมารดาให้กับสตรีที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ ทำให้ซูเจ๋อรับรู้ได้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองรักเธอมากจริงๆ“อาเสียน” ซูเจ๋อเรียกเธอเฉินเสียนสั่นไหวขึ้นมาทันที ได้ยินซูเจ๋อเอ่ยขึ้นมาอีกว่า “เมื่อก่อน ข้าเรียกท่านแบบนี้ใช่หรือไม่”เฉินเสียนเอนศีรษะซบไหล่ของเขาเบาๆ และตอบว่า “ใช่ ท่านมักจะเรียกข้าแบบนี้เสมอ”354
“มิน่า เรียกแล้วจึงรู้สึกว่าคุ้นปากเช่นนี้” ซูเจ๋อกล่าว “บา