จักรพรรดิเป่ยเซี่ยพระพักตร์เปลี่ยนสี พระองค์ตรัสว่า “ข้าพยายามพูดดีๆ แต่ท่านไม่ฟัง ดังนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่หน้าท่าน ข้าคิดว่าข้าพูดกับท่านชัดเจนแล้ว ถึงจะคุกเข่าอ้อนวอนข้าไปก็เปล่าประโยชน์”ขณะที่จักรพรรดิเป่ยเซี่ยหันหลังเตรียมจะกลับเข้าไปในห้องตำรา เฉินเสียนซึ่งอยู่ด้านหลังก็ยืนกรานอย่างมั่นคงว่า “ขอพระองค์โปรดทรงเมตตา ยอมให้ข้ากับเขาได้อยู่ด้วยกัน”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยหยุดฝีเท้า พระองค์หันกลับมาอย่างกริ้วโกรธและตรัสว่า“เดิมทีข้าคิดว่าท่านเพียงแค่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินตํ่า จากที่เห็นวันนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่หลักการพื้นฐานท่านก็ยังไม่รู้ ไม่รู้ว่าควรก้าวไปข้างหน้าหรือควรถอยตอนไหน ไม่รู้จักแม้แต่ความละอาย! ท่านคิดว่าแค่คุกเข่าอยู่ที่นี่ต่อไปแล้วจะทำให้ข้าเปลี่ยนใจงั้นรึ ท่านมีแต่จะทำให้ข้ารำคาญยิ่งขึ้นก็เท่านั้น!”เฉินเสียนนิ่งเงียบและไม่โต้แย้ง มันไม่สำคัญเลยว่าจักรพรรดิเป่ยเซี่ยจะรำคาญเธอแค่ไหน เธอมาเพื่อขอร้องพระองค์ และเธอไม่ควรดันทุรังโต้ตอบใดๆจักรพรรดิเป่ยเซี่ยตรัสว่า “วันนั้นฝีปากของท่านเก่งกล้ามิใช่รึ เหตุใดวันนี้จึงไม่พูดล่ะ หรือว่าข้าพูดแทงใจท่าน ท่านจึงไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร”ความโกรธยังคงคุกรุ่นอยู่ในพระทัยของพระองค์ เมื่อเห็นเฉินเสียนเป็นเช่นนี้ไฟโทสะก็ยิ่งลุกโชน พระองค์จึงตรัสอีกว่า “จักรพรรดิแห่งต้าฉู่ผู้สง่าผ่าเผย เพื่อความรักและความเห็นแก่ตัว ท่านถึงกับยอม