เหมือนเฉินเสียนจะเห็นความหวังครั้งใหญ่ เธอแหงนหน้ามองแสงฟ้าแลบสีขาวเงินส่องในดวงตาของเธอ เมื่อซูเจ๋อมองเห็นความสว่างสดใสนี้ก็รู้สึกสุขฤทัยยิ่งราวกับว่าเธอควรเป็นเช่นนี้แต่แรกถึงจะถูกเฉินเสียนกล่าว “จริงหรือ? ขอเพียงจักรพรรดิเป่ยเซี่ยอนุญาตให้ท่านกับข้าอยู่ด้วยกัน ท่านก็จะยอมกลับต้าฉู่กับข้าอย่างสมัครใจ? เช่นนั้นถึงข้าจะต้องหน้าด้าน ข้าก็จะขอความเห็นชอบจากเขา”ไม่รอให้ซูเจ๋อตอบ เฉินเสียนก็ผละออกจากอ้อมกอดเขาด้วยความอาลัยคร่◌ุนคิดดูแล้วก็เขย่งเท้ารีบจุมพิตริมฝีปากเขาหนึ่งครั้งครั้งนี้ถึงตาซูเจ๋อตกตะลึงแล้ว“ตกลงตามนี้นะ ซูเจ๋อ ท่านรอข้าเถอะ”ต่อมาอ้อมกอดซูเจ๋อว่างเปล่า เฉินเสียนแอบย่องมาในยามวิกาลและถือโอกาสจากไปในยามวิกาลด้วยเสียงฟ้าแลบฟ้าผ่าในฤดูใบไม้ผลิหยุดกะทันหัน ซูเจ๋อจุดไฟบนตะเกียงอีกครั้งเห็นภายในห้องโล่งเปล่าวังเวง คล้ายกับว่าเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน เธอไม่เคยมาจริงๆทว่าอากาศภายในห้องกลับมีกลิ่นกายเธอหลงเหลืออยู่ ซูเจ๋อพบว่า เขาสัมผัสไวต่อกลิ่นกายของเธอมากเฉินเสียนขอม้าหนึ่งตัวกับพ่อบ้านจวนอ๋องแล้วทะยานสู่พระราชวัง336
งานเลี้ยงคืนนี้จบไว เวลานี้จักรพรรดิเป่ยเซี่ยยังไม่พักผ่อน กำลังสะสางงานราชกิจที่ค้างคาตอนกลางวันหลังงานเลี้ยงเลิกรา ท่านอ๋องมู่ทูลขอเข้าเฝ้าจักรพรรดิเป่ยเซี่ย หากแต่ถูกปฏิเสธกลับไป ช่วงนี้จักรพรรดิเป่ยเซี่ยรำคาญที่น้องชายเอนเอียงไปทางคนนอกท่านอ๋องมู่ขอเข้าเฝ้าหล