ายครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธไปทุกคราวท่านอ๋องมู่อับจนหนทาง จักรพรรดิเป่ยเซี่ยคงตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะแยกท่านอ๋องรุ่ยกับจักรพรรดิต้าฉู่จากกัน สิ่งที่เขาอยากกราบทูลก็ไม่มีโอกาสเสียเลยเฉินเสียนบุกเข้าวังกลางดึกกลางดื่น ย่อมต้องถูกสกัดกั้นเป็นแน่แท้ ถึงแม้หัวหน้าประตูยามจะรู้ว่าเธอคือจักรพรรดินีแห่งต้าฉู่ ทว่าตอนนี้ต้องทำตามกฎ จึงไม่ปล่อยให้เธอเข้าไปโดยง่ายเมื่อท่านอ๋องมู่ออกจากวังก็บังเอิญเห็นเฉินเสียนกำลังโต้เถียงกับทหารเฝ้าประตูวัง หากไม่รีบขัดขวาง เธอคงจะบุกเข้าไปแน่ท่านอ๋องมู่รีบเข้าไปถามถึงต้นสายปลายเหตุ ทราบว่าเฉินเสียนจะขอพบจักรพรรดิเป่ยเซี่ยท่านอ๋องมู่ทอดถอนใจ กล่าวว่า “ยามนี้ฝ่าบาทกระทั่งข้าก็ไม่พบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงท่านเลย”เฉินเสียนกล่าว “ข้าจำเป็นต้องเขาประตูวังนี้ ส่วนเรื่องเขาจะยอมพบข้าหรือไม่ ข้าจะพยายามอีกที” เธอยิ้มคุยกับท่านอ๋องมู่ด้วยความรู้สึกผิด กล่าวต่อว่า“รบกวนท่านอ๋องเป็นประจำ เฉินเสียนเกรงใจยิ่งนัก แต่ข้ายังคงอยากให้ท่านอ๋องช่วยข้าเป็นครั้งสุดท้าย”ท่านอ๋องมู่กล่าว “หากลงไม้ลงมือเหมือนคราวที่แล้ว ที่นี่เป็นราชวัง ไม่ได้พูดง่ายๆเลย”337
“ไม่หรอก ข้าไม่ทะเลาะหรือสู้กับเขาหรอก ขอเพียงเขาเห็นชอบเรื่องข้ากับซูเจ๋อ ข้ายินดีก้มหน้ารับผิด ข้ายินดีกลับตัวกลับใจ”สุดท้ายท่านอ๋องมู่ใช้อำนาจของเขาพาเฉินเสียนเข้าไปในห้องของซูเจ๋อจุดไฟใหม่แล้ว เมื่อเห็นเฉินเสียนจากไป เขาก็ไม่รู้สึกง