่วงเลยต่อมาได้ยินเสียงต้นไม้พริ้วไหว เขาสาวเท้าไปยังหน้าต่าง เห็นหยดฝนเท่าเมล็ดถั่วตกใส่ตาข่ายหน้าต่างทีละหยด ชั่วอึดใจตาข่ายหน้าต่างก็เปียกแฉะไปหมดสายฝนโปรยปรายลงมาซูเจ๋อจึงราวกับพึ่งตื่นจากฝัน หันกายไปเอาอาภรณ์ที่ตู้เสื้อผ้า เขาเห็นอาภรณ์สีดำสะดุดตาจึงนำมาสวมใส่ ก่อนจะเปิดประตูห้องสาวใช้หลานเอ๋อร์พักอยู่ในห้องด้านข้าง ได้ยินเสียงฝนตกจึงออกมาแล้วบังเอิญเห็นซูเจ๋อจะออกไป จึงรีบถามว่า “ท่านอ๋องจะเสด็จไปไหนเพคะ?”ซูเจ๋อเงยหน้ามองกระเบื้องหลังคามีนํ้าฝนไหลริน กล่าวเสียงเรียบเฉยว่า“หลานเอ๋อร์ ไปบอกให้พ่อบ้านเตรียมรถม้า”หลานเอ๋อร์กล่าวทัดทาน “แต่ฝนตกหนักเพียงนี้ ท่านอ๋องมีกิจอันใดค่อยไปสะสางพร่◌ุงนี้เถอะเพคะ”ซูเจ๋อเอียงกายไปมองด้วยแววตาเฉยเมย กล่าวว่า “ข้ามีธุระเร่งด่วนกะทันหัน”หลานเอ๋อร์จึงถือร่มไปแจ้งให้พ่อบ้านเตรียมรถม้าด้วยความเร่งรีบ ใจหนึ่งของนางรู้สึกว่าท่านอ๋องไม่ควรออกเดินทางในคํ่าคืนที่ฝนตกหนักเช่นนี้ อีกใจหนึ่งก็คิดว่าคงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้ ดังนั้นจึงเกิดความรู้สึกขัดแย้งกับความคิดตัวเองมาก338
สักพักรถม้าก็เตรียมเสร็จสรรพ หลานเอ๋อร์จึงกลับมาเรียกซูเจ๋อซูเจ๋อทิ้งหลานเอ๋อร์ไว้ตรงนั้น จากนั้นก็คือร่มเดินออกจากเรือนสายฝนในฤดูใบไม้ผลินั้นโหมกระหนํ่า ชั่วอึดใจปลายเสื้อของเขาก็เปียกปอนแต่เขาไม่ทันเดินออกจากลานบ้าน ทันใดนั้นนอกกำแพงมีเงาดำแวบผ่าน แล้วขัดทางเดินของเขาฉินหรูเหล