ียงฝ่าสายฝนมา เม็ดฝนเปล่งประกายระยิบระยับซูเจ๋อจำได้ว่าเขาคือคนของจักรพรรดิแห่งต้าฉู่ โดยตัวติดกับจักรพรรดิต้าฉู่ไม่ห่างฉินหรูเหลียงเอ่ยปากถาม “เฉินเสียนล่ะ?”ฉินหรูเหลียงใช้แววตาเย็นเยียบ หากแต่สีหน้าซูเจ๋อไม่เกิดคลื่นใดๆ กล่าวว่า“นางไม่อยู่” พูดพลางเดินผ่านเข้าเบาๆฉินหรูเหลียงไม่อยากปล่อยเขาไปเช่นนี้ ขยับกายขัดทางซูเจ๋ออีกครั้ง เม็ดฝนไหลพรากจากคาง กล่าวว่า “นางไม่ได้อยู่ที่พัก นอกจากมาหาท่านแล้ว นางยังไปไหนได้อีก? นางอยู่ไหนกันแน่?”เธอไม่อยู่ในที่พัก ซูเจ๋อก็พอจะรู้แล้วว่าเธออยู่ไหน ซูเจ๋อกล่าว “ข้าบอกแล้วว่านางไม่อยู่ หลีกไป”ฉินหรูเหลียงกล่าว “ซูเจ๋อ ท่านลืมอดีตของท่านกับนางแล้ว ไม่คิดจะสานสายใยรักกับนางต่อ เช่นนั้นก็ขอให้ท่านออกไปจากชีวิตของนางแบบไม่ต้องมีเยื่อใยใดๆ แบบไม่มารบกวนนางอีก”ซูเจ๋อรู้สึกไม่สบอารมณ์เมื่อได้ยินฉินหรูเหลียงพูดแบบนี้อย่างไม่ทราบสาเหตุซูเจ๋อกล่าว “มันเป็นเรื่องของข้ากับนาง ท่านเป็นขุนนางของนาง ยุ่งเกินไปหรือเปล่า?ยังมีอีก เฉินเสียน” เขาพินิจพิจารณาชื่อนี้ มันคล้ายกับใยไหมเส้นบาง339
พันรอบหัวใจของเขา ช่างเป็นอาลัยรักที่อ่อนโยนยิ่ง เขาจ้องมองดวงตาฉินหรูเหลียงอย่างจดจ่อ ก้นบึ้งแววตาฉายความเผด็จการและความหนักแน่นขึ้น “อันนี้น่าจะเป็นชื่อของจักรพรรดิแห่งต้าฉู่ ท่านไม่ควรเรียกชื่อนางเต็มปากเยี่ยงนี้”ฉินหรูเหลียงอึ้ง จากนั้นก็บังเกิดเสียงหัวเราะเย็น กล่าวว่า “ซูเ