จ๋อ ไม่ว่าจะเวลาไหน เมื่อไหน ไม่ว่าจะยังมีความทรงจำหลงเหลืออยู่หรือไม่ เห็นทีท่านจะดัดสันดานเห็นแก่ตัว ชอบครอบครองผู้เดียวไม่ได้ ถึงท่านจะทำให้นางเจ็บปวด ท่านก็ไม่อยากให้ใครเข้าใกล้นางใช่ไหม?”“แล้วเกี่ยวอะไรกับท่านเล่า?”ฉินหรูเหลียงขัดทางเดินของเขา ซูเจ๋อกล่าวหนึ่งประโยคในลานบ้าน “ทหารมีมือสังหาร”จากนั้นองครักษ์ที่เฝ้าเวรได้ยินเสียงก็พุ่งทะยานเข้ามากลางสายฝน แล้วโอบล้อมฉินหรูเหลียงไว้ ก่อนจะชักดาบออกมาปราชันหน้าซูเจ๋อยังคงสวมชุดสีดำขลับยืนถือร่มเช่นเดิม เห็นเขาไม่อาจทำอะไรผลีผลามได้แล้ว จึงเดินผ่านหน้าเขาพร้อมกับกล่าวด้วยเสียงราบเรียบ “ข้ารู้ว่านางอยู่ไหนข้าจะพานางกลับมาเอง”เมื่อใกล้จะเดินออกจากลานบ้าน เสียงทุ้มตํ่าที่ปะปนความเคร่งขรึมของฉินหรูเหลียงส่งมาจากด้านหลัง “ซูเจ๋อ หากท่านลืมเรื่องในอดีตแล้ว ท่านก็จะสบายใจแต่ท่านไม่มีวันรู้เลยว่า สองปีที่ไม่มีท่าน นางผ่านพ้นมาได้อย่างไร นางเคยรู้สึกตายเสียดีกว่าอยู่เพราะท่าน กระทั่งไม่อยากมีชีวิตต่อ ยามนี้ไม่ง่ายเลยที่นางจะเดินออกจากความเจ็บปวดนั้นได้บ้างแล้ว หากท่านทำให้นางรู้สึกเสียใจ เศร้าโศกอีก ครั้งนี้ข้าจะไม่ยอมปล่อยมือ ข้าจะแย่งนางกลับมาปกป้องเอง”ซูเจ๋อไม่ได้ตอบ ชั่วพริบตาเงาก็เลือนหายไปจากลานบ้าน เขาก้าวออกจากธรณีประตูแล้วขึ้นรถม้า ต่อด้วยให้สารถีรีบมุ่งหน้าไปยังพระราชวังโดยด่วนเฉินเสียนไม่ได้กลับที่พัก งั้นก็ต้องไปพระราชวัง
340