้องทะเลาะกันแน่ อันที่จริงข้าก็ไม่อยากทำเช่นนี้หรอกนะ”ซูเจ๋อคลี่ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าก็รู้ว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ ตามลำดับเครือญาติแล้วท่านจะต้องเรียกข้าว่าท่านน้า”รอยยิ้มมุมปากเฉินเสียนแข็งค้างซูเจ๋อกล่าว “กลับไปเถอะ”เฉินเสียนขมวดคิ้วแน่นเป็นปม ดวงตาเริ่มแดงขึ้นมา กล่าวว่า “ซูเจ๋อ ท่านรู้ไหมว่าอาเซี่ยนรอท่านอยู่”“อาเซี่ยน” ซูเจ๋อขานเรียกชื่อนี้เบาๆ จากนั้นก็กล่าวกับเฉินเสียนว่า “อาเซี่ยนคือใครอีก?”หลังจากที่เดินทางมาถึงเป่ยเซี่ย เฉินเสียนก็มองโลกในแง่ดีเสมอ ถึงแม้ซูเจ๋อไม่รู้จักเธอ เธอก็ไม่อนุญาตให้ตัวเองเสียใจ แต่เมื่อยืนหยัดมาถึงตอนนี้ ประโยคสุดท้ายของเขาทำให้ความแน่วแน่ของเธอแหลกสลายในชั่วพริบตา ทำให้เธอเจ็บปวดใจยิ่งเฉินเสียนหันกายเดินออกไปภายในจวนว่างเปล่า เธอจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองซูเจ๋อได้ยินสายลมพัดผ่านเข้ามาในจวนก็เอ่ยเรียกเสียงเบาๆ “อาเสียนอาเซี่ยน”324
ไม่นาน จักรพรรดิเป่ยเซี่ยก็จัดงานเลี้ยงส่งแด่จักรพรรดิต้าฉู่ เมื่องานเลี้ยงผ่านพ้นไป หากจักรพรรดิต้าฉู่ยังไม่ยอมไปจากเป่ยเซี่ย งั้นก็ไม่เกี่ยวกับเป่ยเซี่ยยิ่งไม่เกี่ยวกับทั้งสองแคว้นแล้วสำหรับจักรพรรดิแห่งต้าฉู่ถึงเป็นการขายหน้าของแว่นแคว้น เป็นการเหยียดหยามอย่างหนึ่งทูตจากต้าฉู่ต่างรู้เคืองใจยิ่งนักฉินหรูเหลียงทนมองเฉินเสียนลดฐานะตัวเองลดมาตํ่าต้อยเช่นนี้ไม่ได้ เขากล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ไยต้องฝืนทน เขาไม่ใช่ซูเจ๋