าไม่มีวันให้ท่านนำตัวท่านอ๋องไปไหนทั้งนั้น ส่วนในนามที่ข้าเป็นพ่อของเขา ข้ายิ่งไม่ต้องการให้ท่านนำตัวลูกชายของข้าไป!”เขาเดินออกห่างจากเฉินเสียนไปเพียงไม่กี่ก้าว ความกดดันของเขาก็ปรากฏขึ้นทันที และเขากล่าวว่า “ถ้าท่านคิดได้แล้ว ท่านก็รีบกลับไปต้าฉู่ของท่าน และไม่ต้องกลับมาหาเข้าอีก”เฉินเสียนมองตรงไปยังจักรพรรดิเป่ยเซี่ยด้วยความดื้อรั้นในสายตาของเธอและกล่าวว่า “หากข้าบอกว่าไม่ล่ะ?”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยหัวเราะด้วยความโกรธ“ท่านจะลองดีงั้นหรือ เด็กเมื่อวานซืนอย่างท่านไม่เห็นโลงศพนํ้าตาไม่ไหล”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยหันหลังแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันกลับมาพูดอย่างไร้ความปรานี “เสด็จพ่อของท่านจากไปเร็ว เลยทำให้ท่านขาดการสั่งสอนอบรมอย่าฝืนทำอะไรที่มันเกินตัวท่าน องค์ชายของเป่ยเซี่ยไปตกระกำลำบากที่ต้าฉู่ถึงแม้จะบอกว่าเสด็จพ่อของท่านมีพระคุณช่วยชีวิตเขาไว้ แต่เขาก็ช่วยท่านวางแผน ช่วยท่านทุกอย่างในการให้ต้าฉู่กลับมาสงบสุขเรียบร้อยขึ้นอีกครั้ง คอยเป็นวัวเป็นควายรับใช้ท่าน ช่วยให้ท่านได้ขึ้นครองบัลลังก์เป็นจักรพรรดินี จนศึกสุดท้ายต้องมาตายในสนามรบ!”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยเข้ามาใกล้เฉินเสียนและถามว่า “หรือท่านยังคิดว่ายังไม่พอ?”คำพูดของจักรพรรดิเป่ยเซี่ยกระแทกหัวใจของเธอด้วยความเจ็บปวด เฉินเสียนจ้องไปที่เขาและกล่าวว่า “ข้าไม่เคยคิดว่าเขาเป็นวัวเป็นควาย”311
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้คิดอย่างนั้น แต่กลับพบว่าสิ