กเป็นเพราะการปรากฏตัวของเธอ ทำให้เขานึกขึ้นได้ ก็เท่ากับได้ไม่คุ้มเสียคำพูดของซูเจ๋อทำให้เฉินเสียนไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ในขณะที่เกิดความเงียบขึ้นภายในห้องอยู่ชั่วขณะ หลานเอ๋อร์ก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางที่แปลกไปและกล่าวว่า “ท่านอ๋อง จักรพรรดิต้าฉู่ องค์จักรพรรดิเสด็จมาเพคะ”ทั้งสองคนตกใจเล็กน้อยทีนทีที่หลานเอ๋อร์พูดจบ ก็มองเห็นร่างที่อยู่ในชุดสีเหลืองเปล่งประกายก้าวเข้ามาในห้อง และบรรยากาศในห้องก็แทรกซึมด้วยความกดดันและซึมลงอย่างแปลกประหลาดจักรพรรดิเป่ยเซี่ยไม่ได้มองมาที่เฉินเสียน และกล่าวกับซูเจ๋อว่า “ร่างกายเพิ่งจะฟื้นตัวไม่นาน แต่เจ้ากลับไม่พักผ่อน หมอเทวดาบอกว่ายังไงก็ควรนอนพักผ่อนที่เตียงให้มาก คนที่ไม่เกี่ยวข้องทำไมต้องลำบากให้เจ้าต้องมาดูแลด้วยตัวเอง”เมื่อพูดจบ จักรพรรดิเป่ยเซี่ยก็หยิบหนังสือบนโต๊ะของซูเจ๋อทิ้งลง และเรียกนางกำนัลที่อยู่ข้างนอกเข้ามาดูแลซูเจ๋อและพาเขาไปนอนพักผ่อนที่เตียงทันทีที่นางกำนัลมาถึงประตู ซูเจ๋อดูเย็นชาและสงบอย่างอธิบายไม่ถูก และกล่าวว่า “ไม่ต้อง ข้านั่งอยู่ที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว”จักรพรรดิเป่ยเซียรู้นิสัยของซูเจ๋อพอสมควร เขาจึงไม่พูดอะไรอีก และมองไปที่เฉินเสียนด้วยความโกรธ และพูดอย่างเย็นชาว่า “ท่านออกมา!”จักรพรรดิเป่ยเซี่ยหันหลังกลับและเดินออกจากห้องไปเฉินเสียนลุกขึ้นและกระซิบกับซูเจ๋อว่า “ข้าออกไปข้างนอกก่อน” เธอเดินไปที่ประตูหยุดชะงักและพูดอีกครั้งว่า “หลานเ