เฉินเสียนไม่ได้พูดถึงสาเหตุที่เธอมา และจักรพรรดิเป่ยเซี่ยก็ไม่กล้าจะซักถามมากนัก เขาต้องการดูว่า เธอเป็นถึงองค์จักรพรรดิของอาณาจักรต้าฉู่สามารถอยู่ในเมืองหลวงของเป่ยเซี่ยไปได้นานแค่ไหนในตอนแรกมีท่านอ๋องมู่เป็นเจ้าภาพ นำเฉินเสียนเตร็ดเตร่ไปรอบ ๆ ตัวเมืองต่อมา ท่านอ๋องมู่เห็นว่าจักรพรรดิเป่ยเซี่ยทรงไม่พอพระทัยเป็นอย่างมากและไม่ต้องการเกิดความขุ่นเคืองใด ๆ กับจักรพรรดิเป่ยเซี่ย ดังนั้นจึงปล่อยให้องค์หญิงจาวหยางพระราชธิดาของพระองค์เป็นคนนำเฉินเสียนเดินเที่ยวรอบ ๆเมื่อเฉินเสียนออกไป ฉินหรูเหลียงและองครักษ์จะติดตามข้างกายเธอเสมอเมื่อเธอพบกับองค์หญิงจาวหยางเป็นครั้งแรก เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปที่ฉินหรูเหลียงที่อยู่เบื้องหลังเฉินเสียนจากนั้นมองไปที่เฉินเสียนอย่างระมัดระวังและกล่าวว่า “องค์จักรพรรดินีเป็นท่านเองหรือที่จะแย่งพี่ชายของข้าไป?”“ท่านคิดว่าไม่เหมือนหรือ?”องค์หญิงจาวหยางแทบไม่อยากจะเชื่อและกล่าวว่า “ข้าแค่คิดว่าไม่น่าเป็นไรได้”ท่านอ๋องจะอภิเษกสมรสแต่กลับมีคนมาแย่งเจ้าบ่าวไป ผู้หญิงที่สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้ ต้องเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวจริง ๆ แต่ผู้หญิงที่มาแย่งเจ้าบ่าวไปกลับไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา แต่เป็นถึงองค์จักรพรรดินีของอาณาจักรอื่น ผู้หญิงที่เป็นกษัตริย์ สำหรับองค์หญิงจาวหยางแล้วเธอรู้สึกแปลกประหลาดมากอย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไปเพียงครึ่งวัน ไม่ต้องการให้องค์หญิงจาวหยางคุ้นเคยกับ