โต๊ะ เธอก็น่าจะเหมอลอยไปกับเรื่องเก่าในอดีต พู่กันในมือถูกจุ่มนํ้าหมึกจนสึกหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือเขียน นํ้าหมึกบนปลายพู่กันก็กระจายอยู่บนกระดาษจดหมายแล้วมือของเธอสั่นเทา ถึงแม้ว่ามีมืออีกข้างจับข้อมืออย่างระมัดระวังไว้อยู่ แต่อาการสั่นนั้นก็ยังไม่หายไปสุดท้ายเฉินเสียนก็ไม่รู้จะเขียนอะไรออกมา แต่กลับทำกระดาษจดหมายนั้นเลอะเทอะไปหมด จนเธอต้องมีรับสั่งออกไปว่า“ไปตามเฮ่อโยวมาเข้าเฝ้าข้าประเดี๋ยวนี้”เฮ่อโยวรีบเข้าวัง เมื่อได้เห็นเฉินเสียนกำลังนั่งเขียนพระราชโองการอยู่บนโต๊ะเอกสารราชการ แต่ว่าพระราชโองการนั้นกลับว่างเปล่าเฉินเสียนเงยหน้ามองเขา ยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรออกมา เธอก็หัวเราะขึ้นมาก่อนจนดวงตามีความชุ่มชื้นของนํ้านํ้าตา จึงทำให้เฮ่อโยวตกตะลึง นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นเฉินเสียนสูญเสียการควบคุมเช่นนี้เฉินเสียนกวักมือเรียกเขา แล้วเอ่ยว่า“มานี่เร็ว มาเขียนแบบร่างพระราชโองการแทนข้าที วันนี้ข้ามือสั่นเลยเขียนไม่ออกสักคำ”เฮ่อโยวก้าวเท้าไปด้านหน้าอย่างไม่ประมาท แล้วนำพู่กันจุ่มนํ้าหมึกอีกครั้งและเริ่มเขียนแบบร่างพระราชโองการตามที่เฉินเสียนสั่งเธอต้องการเขียนพระราชโองการเกี่ยวกับการแต่งตั้งมกุฎราชกุมาร โดยแต่งตั้งให้องค์ชายใหญ่ซูเซี่ยนได้เป็นมกุฎราชกุมารเฮ่อโยววางพู่กันในมือลง แล้วเอ่ยว่า“นามสกุลของมกุฎราชกุมารคือซู เป็นนามสกุลของขุนนาง การเขียนพระราชโองการเช่นนี้ไป เกรงว่าขุนนางทั้งหลาย