งการเริ่มต้นวสันตฤดูในเดือนที่สองพอดี ถึงแม้ว่าจะคงเป็นช่วงเวลาที่อากาศยังเย็นอยู่แต่นั่นก็ไม่สามารถต้านทานสรรพสิ่งต่างๆให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้งหนึ่งดอกมะลิที่ริมฝั่งทั้งสองของแม่นํ้าหยางชุนได้เริ่มผลิดอกออกใบแล้วบรรยากาศที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้ลอยอยู่จางๆทำให้ร่างกายและจิตใจคนนั้นเบิกบานมีความสุขเหลียนชิงโจวเพิ่งจะก้าวเท้าออกจากวังไป ผู้ส่งสารนั้นก็เข้าก้าวเท้าวังมาพอดีในตอนแรกเฉินเสียนนั้นก็รู้สึกแปลกใจอย่างมาก เพราะว่าเป็นสารที่ท่านอ๋องมู่นั้นได้ส่งมาเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่สารของทางเป่ยเซี่ย และเธอยังคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอและท่านอ๋องมู่นั้นก็ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรเมื่อเฉินเสียนได้รับสารฉบับนั้นแล้ว เธอเริ่มจากการแกะตราประทับขี้ผึ้งบนซองจดหมายออก ดึงกระดาษข้างในออกมาคลี่เพื่อเปิดอ่านเนื้อหาข้างในเมื่อได้อ่านครั้งแรก จากเดิมที่มีสีหน้าเรียบเฉยก็แปรเปลี่ยนไปเป็นแข็งทื่อทันที ในดวงตานั้นมีแสงสว่างสลัวๆ กระดาษจดหมายนั้นราวกับจักจั่นที่กำลังกระพือปีกในคิมหันตฤดูสายตาของเฉินเสียนเลื่อนขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะอ่านยืนยันเนื้อหาในสารนั่นอีกครั้ง เธอกดเสียงตํ่าถามออกมาว่า“ตอนนี้ท่านอ๋องมู่ของพวกเจ้าไปอยู่ที่ใด?”ผู้ส่งสารเอ่ย“ข้าน้อยรีบมาส่งสาร ดังนั้นข้าน้อยจึงไม่รู้พ่ะย่ะค่ะ”“ทหาร เชิญผู้ส่งสารไปพักผ่อนสักหน่อย ข้าจะตอบสารทันที”251
เฉินเสียนร้อนลนรีบวางกระดาษจดหมายนั่นวางแผ่บน