ั่งทำงานอยู่ในห้องตำราหลวง เมื่อเหลียนชิงโจวมาเข้ามาด้านใน กล่าวคำเคารพอย่างนอบน้อม “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”เมื่อเฉินเสียนจดบันทึกสมุดบัญชีเสร็จแล้ว จึงพูดขึ้นว่า“ยืนขึ้นได้”เธอวางพู่กันสีแดงในมือลง แล้วลุกเดินออกจากโต๊ะมาเชิญให้เหลียนชิงโจวนั่งลง นางกำนัลก็ได้ยกนํ้าชาสองถ้วยเข้ามาเฉินเสียนใช้นิ้วคีบฝาปิดถ้วยชาขึ้นมาแล้วจิ้มนิ้วลงไปแตะเล่นกับใบชาที่ลอยขึ้นมา แล้วกล่าวว่า“ข้าได้ยินมาว่าปีนี้เจ้าไม่ได้กลับมาเมืองหลวงในช่วงเทศกาลตรุษจีน และเพิ่งจะกลับมาได้ไม่นานนี้เอง”เหลียนชิงโจวกล่าว“ใช่พ่ะย่ะค่ะ การค้าด้านนอกเมืองนั้นยุ่งมาก จนไม่มีเวลาปลีกตัวออกมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนเลิกคิ้วขึ้น“แต่ว่าเจ้าได้ไปสร้างบ้านอยู่ที่ต่างเมืองแล้ว อนาคตเจ้าตั้งใจจะกลับมาที่เมืองหลวงน้อยลงแล้วใช่หรือไม่?”เงียบไปสักครู่ แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างจิ้งจอก“ไม่มีเรื่องอันใดที่จะปิดบังจักรพรรดินีไว้ได้เลยจริงๆนะพ่ะย่ะค่ะ”“แล้วครั้งนี้เจ้าก็ได้พาหญิงสาวต่างถิ่นกลับมาด้วย เจ้าแต่งงานแล้วหรือ?”เฉินเสียนเงยหน้าถามเขาแม้ว่าเธอจะมีสีหน้าที่เรียบเฉย แต่ดวงตาคู่นั้นดั่งกับหยั่งรู้ทุกอย่างบนโลกนี้ถ้าเกิดว่าเหลียนชิงโจวโกหกในตอนที่อยู่ต่อหน้าเธอ คงจะปิดบังไม่ได้อย่างแน่นอนถึงแม้ว่าเฉินเสียนจะถามขึ้นมาในตอนนี้ แต่จริงๆแล้วเธอเองก็รู้เรื่องราวทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว243
เหลียนชิงโจวกล่าว“นางเป็นหญิงสาวธรรมดา เมื่อก่อนตอนที่ออ