ฝูหลิงในฐานะหมอหลวงหญิงหนึ่งเดียวของสำนักหมอหลวง มีชีวิตที่คึกคักร่าเริงและฝีมือการแพทย์นั้นก็เก่งกาจ เหล่าขุนนางที่ยังหนุ่มเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยก็จะแวะเวียนเข้ามาให้เธอรักษา และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ปู่ของเธอเป็นกังวลผู้เฒ่าใช้ช่วงเวลาที่ว่างการจากสอนวิชาการแพทย์ให้กับเฉินเสียน พูดกับเฉินเสียนว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องจะทูลขอฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”“พูดมาเลยไม่เป็นไร”“กระหม่อมพบว่าช่วงนี้มีแมลงวันบินตอมรอบๆหลานสาวของกระหม่อม ทูลขอฝ่าบาทได้ทรงโปรดช่วยหน่อยพ่ะย่ะค่ะ”จากนั้นเฉินเสียนจึงมีรับสั่งด้วยวาจาลงไป สั่งไม่อนุญาตให้ขุนนางที่ไปตรวจรักษาโรคชวนหมอหลวงหญิงพูดคุย สถานการณ์จึงค่อยๆดีขึ้นมาเล็กน้อยไม่เพียงแค่จะเรียนวิชาการแพทย์เท่านั้น เรื่องศิลปะการต่อสู้ต่อยมวยเฉินเสียนก็ไม่เคยเว้นว่าง เธอเป็นเพื่อนซูเซี่ยนเพื่อฝึกซ้อมกับหุ่นไม้ฝึกมวยไม่เพียงแค่นั้น องครักษ์วังหลวงส่วนพระองค์ก็ได้ถูกจัดมาเป็นคู่ซ้อมให้กับเฉินเสียน เมื่อเฉินเสียนเสร็จกิจราชการและทบทวนตำราการแพทย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าต้องการที่จะยืดเส้นยืดสายร่างกาย ก็จะไปจัดวางตำแหน่งรูปแบบกองทัพในการสู้รบที่อุทยานอวี้ฮัว ใช้อาวุธมีดดาบของจริงเพื่อการฝึกฝนสู้รบเริ่มจากการฝึกหนึ่งต่อหนึ่ง จนไปการฝึกหนึ่งคนต่อองครักษ์ทั้งกอง229
ฉินหรูเหลียงและเฮ่อโยวที่มองอยู่ด้านข้าง ได้แต่ยืนมองอย่างคาดไม่ถึงว่าเหล่าองครักษ์กลุ่มนั้นจะถูกโจมตีโดยหญิงเพียง